ราคาทองคำทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งสหรัฐฯ และยุโรป
ตลาดทองคำและโลหะเงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างร้อนแรงจนทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All-time high) ครั้งใหม่ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven demand) ท่ามกลางภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงขั้นรุนแรงในตลาดการเงินโลก ล่าสุดราคาทองคำสัญญาฟิวเจอร์สเดือนกุมภาพันธ์พุ่งขึ้น 136.00 ดอลลาร์ ไปอยู่ที่ระดับ 4,731.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินสัญญาเดือนมีนาคมพุ่งขึ้น 6.728 ดอลลาร์ แตะระดับ 95.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยหนุนสำคัญคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป
วิกฤตการณ์ “กรีนแลนด์” ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลก
ตลาดหุ้นทั่วโลกทรุดตัวลงในช่วงต้นสัปดาห์นี้ สวนทางกับ ราคาทองคำ ที่พุ่งทะยานทำนิวไฮ โดยมีชนวนเหตุจากความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งสร้างรอยร้าวลึกให้กับพันธมิตรนาโตและสหภาพยุโรป ทรัมป์ได้ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป หากข้อเรียกร้องเรื่องกรีนแลนด์ของเขาไม่ได้รับการตอบสนอง โดยระบุอัตราภาษีเริ่มต้นที่ 10% ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และอาจเพิ่มเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกมาเตือนในเวที World Economic Forum ที่ดาวอสว่า การผิดคำมั่นสัญญาทางการค้าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ซึ่งความขัดแย้งนี้เสี่ยงที่จะจุดชนวนความผันผวนในตลาดการเงินอีกครั้งในช่วงต้นวาระที่สองของทรัมป์
ปัจจัยลบจากตลาดพันธบัตรและทิศทางเทคนิค
นอกจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ตลาดพันธบัตรยังส่งสัญญาณน่ากังวล โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะ 4.93% ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการเทขายพันธบัตรญี่ปุ่นอย่างหนัก เนื่องจากความกังวลต่อฐานะการคลังของญี่ปุ่น ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัว แม้ GDP จีนจะโตตามเป้า 5% แต่ภาคการค้าปลีกและการลงทุนกลับแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้
ในทางเทคนิคสำหรับนักลงทุน ราคาทองคำ สัญญาฟิวเจอร์สเดือนกุมภาพันธ์มีแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งมาก โดยมีเป้าหมายถัดไปที่การยืนเหนือระดับแนวต้านสำคัญ 4,800.00 ดอลลาร์ ในขณะที่แนวรับแรกอยู่ที่ 4,650.00 ดอลลาร์ หากราคายังยืนเหนือระดับนี้ได้ โมเมนตัมขาขึ้นจะยังคงได้เปรียบต่อไป














