ตลาดกระทิงของทองคำและเงินยังไม่จบ ชี้ 3 ปัจจัยหนุนจาก BlackRock

Gold price, Precious metals

ตลาดกระทิงของทองคำและเงินยังไม่จบ: มุมมองการลงทุนจาก BlackRock

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา สินทรัพย์ประเภทโลหะมีค่าอย่างทองคำและโลหะเงินจะเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก แต่ Kristy Akullian หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของ iShares ประจำภูมิภาคอเมริกาจาก BlackRock ได้ออกมายืนยันว่า “ตลาดกระทิง” ของโลหะมีค่ายังห่างไกลจากคำว่าสิ้นสุด โดยราคาทองคำได้พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงซื้อที่หลากหลาย ตั้งแต่ธนาคารกลางไปจนถึงตลาดคริปโตเคอร์เรนซี

3 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำและโลหะเงิน

Akullian ได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ส่งผลให้ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา ดังนี้

1. ปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

ระดับหนี้ของรัฐบาลทั่วโลกกำลังอยู่ในเกณฑ์ที่น่ากังวล โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่หนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 120% ของ GDP ไปแล้ว รวมถึงประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ สภาวะเช่นนี้ทำให้ทองคำกลายเป็นแหล่งเก็บรักษามูลค่าที่น่าดึงดูดและได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักลงทุน

2. ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอน

ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับโลก กระตุ้นให้เกิดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย การถือครองทองคำไม่ได้เป็นเพียงการหลบภัย แต่เป็นการสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุน เนื่องจากราคาทองคำมักจะมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับตลาดหุ้นในช่วงที่ตลาดเกิดความตึงเครียด

3. อุปสงค์ทางอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

โดยเฉพาะสำหรับโลหะเงินซึ่งมีความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรมสูงถึง 60% นอกจากนี้ การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และความต้องการพลังงานจากเทคโนโลยี AI ยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ความต้องการพุ่งสูงขึ้น

แหล่งอุปสงค์ใหม่ที่เสริมความแข็งแกร่งให้ราคาทองคำ

BlackRock ประเมินว่าแนวโน้มความต้องการลงทุนทองคำยังคงแข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีการปรากฏตัวของผู้ซื้อกลุ่มใหม่ เช่น Tether ผู้สร้าง Stablecoin รายใหญ่ที่ได้สะสมทองคำสำรองไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามา

กลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนด้วยโลหะมีค่า

ในยุคที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน BlackRock แนะนำว่านักลงทุนควรมีทองคำและโลหะเงินในพอร์ตการลงทุน โดยทองคำทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่ช่วยปกป้องความมั่งคั่งในช่วงที่ตลาดหุ้นตกต่ำ ในขณะที่โลหะเงินเปิดโอกาสให้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมขยายตัว การผสมผสานทั้งสองสินทรัพย์นี้จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงและโอกาสทำกำไร

Loading

Relate Post

XM Global Limited