ราคาทองคำและโลหะเงินดีดตัวขึ้นหลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์
ตลาดทองคำและโลหะมีค่าเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความผันผวนอย่างหนัก โดยราคาทองคำและโลหะเงินมีการปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงต้นของตลาดสหรัฐฯ ในวันจันทร์ หลังจากที่ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ในช่วงข้ามคืน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่มีการเทขายครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดทั่วโลก โดยโลหะเงินร่วงลงกว่า 26% ซึ่งมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และทองคำร่วงลง 9% ซึ่งเป็นวันที่แย่ที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ล่าสุดราคาทองคำสัญญาเดือนเมษายนปรับตัวขึ้น 67.50 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 4,813.50 ดอลลาร์ ส่วนโลหะเงินส่งมอบเดือนมีนาคมพุ่งขึ้น 5.384 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 84.09 ดอลลาร์
ปัจจัยกดดันตลาดและการปรับเพิ่มหลักประกันของ CME
ความผันผวนที่รุนแรงนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ CME Group ได้ปรับเพิ่มข้อกำหนดหลักประกัน (Margin requirements) สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโลหะทั้งสองชนิดอีกครั้ง นอกจากนี้ นักลงทุนในตลาดหุ้นและการเงินยังมีความกังวลต่อการดิ่งลงอย่างหนักของราคาโลหะ โดยได้รับแรงกดดันจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น รวมถึงรายงานข่าวเกี่ยวกับนักเก็งกำไรชาวจีนที่ประสบผลขาดทุนมหาศาลกว่า 1 พันล้านหยวนจากการใช้เลเวอเรจสูงเกินไป และปัญหาสภาพคล่องที่ทำให้นักค้าโลหะบางรายต้องหลบหนี นอกจากนี้ยังมีประเด็นการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Shutdown) ของสหรัฐฯ และสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลายลงเล็กน้อย ซึ่งกดดันราคาน้ำมันดิบให้ลดต่ำลง
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำทางเทคนิค
ในทางเทคนิคสำหรับราคาทองคำ กราฟรายวันของทองคำสัญญาเดือนเมษายนได้เกิดรูปแบบ “Key Reversal” ที่เป็นสัญญาณขาลง ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เป้าหมายถัดไปของขาขึ้นคือการปิดราคาเหนือแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ 5,000.00 ดอลลาร์ ในขณะที่แนวรับสำคัญทางเทคนิคอยู่ที่ 4,700.00 และ 4,600.00 ดอลลาร์ ตามลำดับ สำหรับโลหะเงิน ขาขึ้นเริ่มแผ่วลงโดยมีแนวต้านถัดไปที่ 100.00 ดอลลาร์ และแนวรับที่ 70.00 ดอลลาร์ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากความผันผวนยังคงอยู่ในระดับสูง














