ตลาดทองคำเผชิญแรงกดดันจากตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง
ตลาดทองคำกลับมาเผชิญกับแรงเทขายทำกำไรอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาทองคำต้องดิ้นรนเพื่อรักษาระดับราคาเอาไว้ ท่ามกลางรายงานข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐอเมริกาที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ โดยล่าสุดจำนวนแรงงานชาวอเมริกันที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกได้ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 200,000 ราย ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่นสูง แม้จะมีความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยก่อนหน้านี้
เจาะลึกตัวเลขสวัสดิการว่างงานและผลกระทบต่อราคาทองคำ
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 มกราคม ลดลง 9,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 198,000 ราย (ปรับผลตามฤดูกาล) ตัวเลขดังกล่าวถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ โดยก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์และฉันทามติของตลาดได้คาดการณ์ว่ายอดผู้ขอรับสวัสดิการจะเพิ่มขึ้นเป็น 215,000 ราย นอกจากนี้ ตัวเลขของสัปดาห์ก่อนหน้ายังได้รับการปรับทบทวนลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 207,000 ราย เหตุการณ์นี้นับเป็นเพียงครั้งที่สองในรอบ 12 เดือนที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงต่ำกว่าระดับ 200,000 ราย ซึ่งเป็นเกณฑ์จิตวิทยาที่สำคัญ
การประกาศตัวเลขดังกล่าวทำให้ ราคาทองคำ ไม่สามารถตอบสนองในเชิงบวกได้ และเกิดแรงเทขายทำกำไรออกมา โดยราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ระดับ 4,589.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 0.78% ในระหว่างวัน
แนวโน้มดอกเบี้ยเฟดและความผันผวนในอนาคต
แม้ว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว โดยมองว่าตลาดยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่าความผันผวนอาจเพิ่มสูงขึ้นในระยะสั้น สาเหตุหลักมาจากตลาดพยายามประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยาวไปจนถึงปี 2026 นักวิเคราะห์ระบุว่า เฟดจำเป็นต้องเห็นสัญญาณความอ่อนแอที่ชัดเจนกว่านี้ในตลาดแรงงาน ก่อนที่จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งหากตัวเลขการจ้างงานยังคงแข็งแกร่งเช่นนี้ อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้นต่อไป












