ราคาทองคำฟื้นตัวเหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์ หลังร่วงลงต่อเนื่องสองสัปดาห์
ตลาดทองคำกลับมาส่งสัญญาณเชิงบวกอีกครั้ง โดย ราคาทองคำ สามารถทะลุแนวต้านระยะสั้นกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้สำเร็จ หลังจากเผชิญกับภาวะขาดทุนมาสองสัปดาห์ติดต่อกัน ล่าสุดราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 4,722.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2% ในรอบสัปดาห์
ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อตลาดทองคำ
แม้จะมีความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ก่อนช่วงสุดสัปดาห์ แต่ตลาดเริ่มมองว่าสถานการณ์นี้อยู่ในวงจำกัด ราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงทรงตัวต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ และเปิดโอกาสให้ ราคาทองคำ สามารถฟื้นตัวได้ Neil Welsh จาก Britannia Global Markets และ Ole Hansen จาก Saxo Bank มองเห็นตรงกันว่า ทัศนคติของนักลงทุนต่อสงครามกำลังเปลี่ยนไป โดยตลาดไม่ได้ตอบสนองต่อความขัดแย้งในรูปแบบวิกฤตดั้งเดิมอีกต่อไป
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายของเฟด (Fed)
นอกเหนือจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ตลาดทองคำ ยังต้องรับมือกับความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ตัวเลขการจ้างงานเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวอยู่ที่ 4.3% ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ เครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่ามีโอกาส 14% ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่านักลงทุนใน ราคาทองคำ ยังคงเพิกเฉยต่อความเสี่ยงดังกล่าว เนื่องจากเงินเฟ้อปัจจุบันเกิดจากปัญหาด้านอุปทานเป็นหลัก
จับตาตัวเลขเงินเฟ้อและการเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่
ในสัปดาห์หน้า นักลงทุนต้องจับตาการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนเมษายนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีการลงมติของวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนต่อไป แม้เขามีแนวคิดสนับสนุนการลดดอกเบี้ย แต่ก็เสนอให้ลดงบดุลของเฟดลง ซึ่งอาจกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดและจำกัดแรงบวกของ ราคาทองคำ
การวิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิคของราคาทองคำ
ทางด้านเทคนิค นักวิเคราะห์ชี้ว่า ราคาทองคำ ยังคงอยู่ในรูปแบบการพักตัวแบบกว้าง (Consolidation) Nick Cawley จาก Solomon Global ระบุว่าหากราคาสามารถทะลุและปิดเหนือจุดสูงสุดเดิมของวันที่ 17 เมษายนที่ 4,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะเปิดเป้าหมายต่อไปที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ Ole Hansen แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว (Buy on dips) ในช่วงที่ตลาดยังคงรอสัญญาณทางเทคนิคที่ชัดเจน
















