ตลาดทองคำเผชิญแรงกดดัน หลังข้อมูลภาคการผลิตเฟดฟิลาเดลเฟียพุ่งสูงกว่าคาด
ตลาดทองคำอาจต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวของความต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Federal Reserve) ได้รายงานตัวเลขกิจกรรมภาคการผลิตในภูมิภาคที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจจะเกิดขึ้น สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนและการวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำในปัจจุบัน
ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง
ธนาคารกลางระดับภูมิภาคเปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจภาคการผลิตประจำเดือนเมษายนพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 26.7 เมื่อเทียบกับตัวเลขในเดือนมีนาคมที่ระดับ 18.1 ข้อมูลดังกล่าวถือว่าออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก เนื่องจากนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ได้ประเมินไว้ว่าตัวเลขในเดือนนี้จะอยู่ที่ระดับเพียง 10.3 เท่านั้น การเติบโตนี้ส่งผลให้ความน่าสนใจของตลาดทองคำลดลงในระยะสั้น
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อทิศทางราคาทองคำ
“กิจกรรมภาคการผลิตในภูมิภาคยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในภาพรวม อ้างอิงจากบริษัทที่ตอบแบบสำรวจแนวโน้มธุรกิจภาคการผลิตประจำเดือนเมษายน โดยดัชนีชี้วัดสำหรับการทำกิจกรรมทั่วไป ยอดคำสั่งซื้อใหม่ และการจัดส่งสินค้า ล้วนปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ดัชนีการจ้างงานกลับปรับตัวลดลงและกลายเป็นลบ ซึ่งบ่งชี้ถึงการลดลงของการจ้างงานโดยรวม” รายงานระบุ แม้ตัวเลขบางส่วนจะลดลง แต่นักลงทุนก็ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินราคาทองคำในอนาคต
อัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด
แม้ว่าราคาทองคำจะสามารถดีดตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่ก็ยังไม่พบแรงซื้อตามที่สำคัญมากนักที่จะผลักดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ซื้อขายกันอยู่ที่ระดับ 4,815.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% ในระหว่างวัน ผู้ที่ต้องการลงทุนทองคำควรจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ของสหรัฐฯ ประกอบด้วย เพื่อให้สามารถคาดการณ์ทิศทางของตลาดทองคำได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
















