ราคาทองคำและแร่เงินร่วงหนักท่ามกลางแรงกดดันจากดอลลาร์และข่าวลบฝั่งจีน
ตลาดทองคำและแร่เงินกำลังเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในช่วงกลางวันของการซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ โดยราคาทองคำสัญญาส่งมอบเดือนเมษายนปรับตัวลดลง 39.70 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 4,707.50 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาแร่เงินส่งมอบเดือนมีนาคมลดลง 0.61 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 77.90 ดอลลาร์ การปรับฐานครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยลบจากภายนอกตลาดหลายประการที่เข้ามากดดันราคาโลหะมีค่า
ปัจจัยกดดัน: ดอลลาร์แข็งค่าและการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่
การดีดตัวกลับของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ และการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นปัจจัยลบสำคัญต่อตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงยังส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนอีกด้วย แรงกดดันส่วนหนึ่งมาจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เสนอชื่อ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งวอร์ชเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่มีแนวคิดสายเหยี่ยว (Hawkish) ในเรื่องนโยบายการเงิน ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นทันที และทำให้ราคาทองคำในสกุลดอลลาร์มีความน่าสนใจลดลงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น
วิกฤตการค้าโลหะในจีนซ้ำเติมตลาด
อีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกมองว่าเป็นสาเหตุของ ‘การนองเลือด’ ในตลาดทองคำและแร่เงินคือพฤติกรรมของนักเก็งกำไรชาวจีนที่มีการเปิดสถานะซื้อ (Long) โดยใช้เลเวอเรจสูงผ่านตลาดฟิวเจอร์สและออปชั่น รายงานจาก Bloomberg ระบุว่าผู้ค้าโลหะในจีนประสบภาวะขาดทุนรวมกว่า 1 พันล้านหยวน หลังจากคู่ค้ารายหนึ่งหลบหนีออกนอกประเทศ ทิ้งดีลที่ยังไม่เสร็จสิ้นไว้เบื้องหลัง โดยบุคคลสำคัญในเหตุการณ์นี้คือ Xu Maohua หรือที่รู้จักกันในชื่อ “The Hat” ซึ่งได้หลบหนีไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนและการเทขายเพื่อชำระบัญชี (Liquidation) ในตลาด
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำทางเทคนิค
ในทางเทคนิค กราฟราคาทองคำรายวันได้ส่งสัญญาณการกลับตัวลงแบบ “Key Reversal” ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดอาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว สำหรับเป้าหมายขาขึ้นถัดไปของฝ่ายกระทิงคือการดันราคาให้ปิดเหนือแนวต้านสำคัญที่ 5,000.00 ดอลลาร์ ในขณะที่เป้าหมายขาลงของฝ่ายหมีคือการกดราคาให้หลุดแนวรับทางเทคนิคที่ 4,250.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับแรกอยู่ที่ 4,600.00 ดอลลาร์ และถัดไปที่ 4,500.00 ดอลลาร์ การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงนี้จึงมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
















