ยูบีเอส (UBS) คาดการณ์ ราคาทองคำ พุ่งแตะระดับ 6,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในปี 2026
Giovanni Staunovo นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก UBS เปิดเผยว่า สินค้าโภคภัณฑ์หลักเช่น ทองคำ และน้ำมัน จะยังคงสร้างผลกำไรด้านราคาอย่างโดดเด่นต่อไป แม้ว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์หรือสงครามจะสิ้นสุดลง นักลงทุนที่มีสถานะการลงทุนในทองคำจำนวนมาก ควรพิจารณากระจายความเสี่ยงไปยังสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เช่น ทองแดง และอะลูมิเนียม เพื่อสร้างความหลากหลายและเพิ่มผลตอบแทนให้แก่พอร์ตการลงทุนในอนาคต
ปัจจัยพื้นฐานและภูมิรัฐศาสตร์หนุน ตลาดทองคำ
แม้ว่าปัจจุบัน ราคาทองคำ จะลดลงต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนมกราคมเล็กน้อย เนื่องจากความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่ภาพรวมของสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง UBS มองว่าหากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ในระดับสูง ควบคู่ไปกับการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ย ราคาทองคำ จะสามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะกลาง นอกจากนี้ การรักษาสัดส่วนการลงทุนในทองคำยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและภาวะช็อกทางพลังงานได้เป็นอย่างดี
ความต้องการซื้อทองคำที่แข็งแกร่ง และเป้าหมาย 6,200 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์ของ UBS คาดการณ์ว่า จากการประเมินความเสี่ยง นโยบายอัตราดอกเบี้ย ภาวะเงินเฟ้อ และความต้องการซื้อที่แข็งแกร่ง ปัจจัยเหล่านี้จะผลักดันให้ ราคาทองคำ พุ่งสูงถึง 6,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในสิ้นปี 2026 แม้ว่าในระยะสั้นอาจมีความผันผวนจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย แต่ในระยะยาว ทองคำ ยังคงเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการเสื่อมค่าของสกุลเงินที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ความต้องการใน ตลาดทองคำ ยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากการเข้าซื้อของธนาคารกลาง กิจกรรมการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการเครื่องประดับทองคำที่เติบโตขึ้นในภูมิภาคเอเชีย แนวโน้มเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้รัฐบาลที่พุ่งสูงขึ้น และความพยายามของธนาคารกลางในการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุน แนวโน้มราคาทองคำ ในระยะยาว นักลงทุนที่ชื่นชอบการลงทุนในทองคำยังคงได้รับคำแนะนำให้รักษาสัดส่วนการลงทุนในพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยงและรับมือกับความผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
















