ราคาทองคำพุ่งทะลุ 5,200 ดอลลาร์ ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวน
กระแสความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยังคงสร้างความผันผวนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในตลาดโลหะมีค่า โดยความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้ราคาทองคำพุ่งทะยานแตะระดับ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินพุ่งขึ้นสู่ระดับ 86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ร้อนแรงนี้ Jen Bawden ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Bawden Capital ได้ออกมาเตือนนักลงทุนว่าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปกับเสียงรบกวนในตลาด (Noise) แต่ควรหันมาโฟกัสที่ปัจจัยพื้นฐานในภาพใหญ่ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาในระยะยาว
มุมมองต่อการเจรจาและโอกาส “Sale of the Century”
ในบทวิเคราะห์ล่าสุด Bawden มองว่าคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีต่ออิหร่านนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเจรจา และเชื่อว่าเหตุการณ์จะไม่บานปลายจนเกินควบคุม โดยรายงานระบุว่าผู้แทนจากสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมพบปะกันที่เจนีวาเพื่อหาทางออก Bawden ชี้ว่าหากมีการจับมือกันเกิดขึ้นหรือสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจะลดลงอย่างรวดเร็วราวกับพายุที่สงบลง ซึ่งอาจกดดันให้ราคาโลหะเงินปรับฐานลงไปที่ 50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม เธอมองว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นโอกาสทองในการเข้าซื้อครั้งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษ เนื่องจากโลกแห่งความเป็นจริงทางกายภาพยังคงเผชิญกับภาวะขาดแคลนโลหะเงินต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และมีความต้องการมหาศาลจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI, ศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งล้วนต้องใช้โลหะเงินและยูเรเนียมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
กลยุทธ์การลงทุน: รับมือภาวะสงครามและภาวะเศรษฐกิจ
นอกจากปัจจัยด้านอุปทานแล้ว หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นและความเสี่ยงในระบบการเงิน โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ยังเป็นแรงหนุนให้ราคาทองคำและสินทรัพย์ที่จับต้องได้มีความน่าสนใจในระยะยาวเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากคู่สัญญา แต่หากสถานการณ์พลิกผันเกิดสงครามเต็มรูปแบบ Bawden คาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งกลับไปที่ 5,500 ดอลลาร์ และโลหะเงินอาจกลับไปทดสอบที่ 120 ดอลลาร์ ซึ่งในกรณีนี้เธอแนะนำให้ขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ เช่น Wheaton Precious Metals และ Hecla Mining เพื่อถือเงินสด แต่หากตลาดปรับฐานลงตามคาด เธอจะรอจังหวะเข้าซื้อสะสมหุ้นกลุ่มนักสำรวจและผู้ผลิต เพื่อรองรับแรงซื้อที่จะกลับมาจากนักลงทุนชาวจีนหลังเทศกาลตรุษจีน














