ราคาทองคำร่วงหลังทำจุดสูงสุดประวัติการณ์ จับตาสถานการณ์ตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน

Gold Price, Geopolitics

ราคาทองคำผันผวนหนัก ทุบสถิติสูงสุดก่อนโดนแรงขายทำกำไร

ตลาดซื้อขายทองคำและโลหะเงินในช่วงกลางวันของวันพฤหัสบดีมีการปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สระยะสั้นเริ่มเทขายเพื่อทำกำไร หลังจากที่ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเช้าของการซื้อขาย โดยราคาทองคำฟิวเจอร์สสัญญาเดือนเมษายนทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-time high) ที่ระดับ 5,626.80 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินสัญญาเดือนมีนาคมพุ่งแตะระดับ 121.785 ดอลลาร์ แม้ราคาจะมีการย่อตัวลงมาบ้าง แต่ภาพรวมของโลหะมีค่ายังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และความผันผวนของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ดันราคาทอง: ทรัมป์ขู่อิหร่านและความเสี่ยงชัตดาวน์

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อน ราคาทองคำ ให้พุ่งสูงขึ้นมาจากความตึงเครียดระหว่างประเทศ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเตือนอิหร่านให้เร่งทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับการโจมตีทางทหารที่รุนแรงกว่าครั้งก่อน คำขู่นี้สร้างแรงกดดันต่อระบอบการปกครองของอิหร่านและส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเจรจางบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล (Government Shutdown) ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำเพื่อลดความเสี่ยง

วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำ สัญญาเดือนเมษายนได้แสดงรูปแบบกราฟที่เรียกว่า “Key Reversal” ในทิศทางขาลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงการกลับตัวเป็นลบ อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์นี้จำเป็นต้องรอดูแรงขายต่อเนื่องในเซสชั่นถัดไปเพื่อยืนยันรูปแบบดังกล่าว หากได้รับการยืนยัน อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดยมีแนวรับแรกอยู่ที่ 5,200.00 ดอลลาร์ และแนวต้านแรกอยู่ที่ 5,400.00 ดอลลาร์ สำหรับนักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนของราคายังคงอยู่ในระดับสูงจากปัจจัยข่าวสารรายวัน

Loading

Relate Post

XM Global Limited