ทิศทางราคาทองคำและโลหะเงินปีนี้ยังสดใส นักวิเคราะห์มองเป้าหมายราคาสูงสุดที่ $7,150
ตลาดทองคำและโลหะเงินยังคงแสดงให้เห็นถึงแรงส่งขาขึ้น (Bullish Momentum) ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยราคาได้เคลื่อนไหวเข้าสู่เป้าหมายสำคัญที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์และ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจนักวิเคราะห์โดยสมาคมตลาดทองคำแห่งลอนดอน (LBMA) พบว่าระดับราคาดังกล่าวอาจเป็นเพียงแนวต้านย่อยในเทรนด์ขาขึ้นขนาดใหญ่ของปีนี้ โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา LBMA ได้เผยแพร่ผลสำรวจนักวิเคราะห์โลหะมีค่าประจำปี ซึ่งคาดการณ์ว่า ราคาทองคำ เฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 4,741.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยหนุนและมุมมองจากนักวิเคราะห์ชั้นนำ
รายงานของ LBMA ระบุว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ราคาโลหะมีค่าจะปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 38% จากระดับของปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐฯ ที่ลดลง การผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟดอย่างต่อเนื่อง และการที่ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกยังคงกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์ นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อมองลึกไปกว่าตัวเลขคาดการณ์หลัก ความคาดหวังรายบุคคลมีความหลากหลาย โดยกรอบการคาดการณ์ปีนี้กว้างถึง 3,700 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายต่ำสุดที่ 3,450 ดอลลาร์ และเป้าหมายสูงสุดที่ 7,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ความผันผวนและโอกาสของโลหะเงิน (Silver)
Julia Du นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก ICBC Standard Bank ผู้ที่มีมุมมองเชิงบวกมากที่สุดต่อทองคำ คาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งแตะระดับ 7,150 ดอลลาร์ในปีนี้ โดยระบุว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ทองคำยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นแม้จะมีความผันผวน ในขณะเดียวกัน โลหะเงินก็ถูกคาดการณ์ว่าจะมีปีที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์มองราคาเฉลี่ยที่ 79.57 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 98% จากราคาเฉลี่ยปี 2025 ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการขาดดุลเชิงโครงสร้าง อุปทานเหมืองที่ตึงตัว และความต้องการที่เร่งตัวขึ้นจากเทคโนโลยี AI และการใช้ไฟฟ้า ซึ่งทำให้แนวโน้มตลาดยังคงเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง












