ทองคำยังไม่เสียแนวโน้มขาขึ้น แม้ไตรมาส 2 เผชิญแรงขายรุนแรง
ตลาดทองคำยังอยู่ในช่วงค้นหาทิศทางหลังร่วงแรงในไตรมาส 2 ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงรายไตรมาสหนักที่สุดในรอบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม รายงาน Gold Demand Trends ของสภาทองคำโลก หรือ World Gold Council ระบุว่า แม้ตลาดถูกกดดันจากราคาที่อ่อนตัว แต่โครงสร้างอุปสงค์ทองคำยังคงแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากความต้องการลงทุนที่ทรงตัว การกลับมาซื้อทองคำของธนาคารกลาง และแรงซื้อจากเอเชีย
อุปสงค์ทองคำทรงตัว มูลค่าครึ่งปีแรกทำสถิติสูงสุด
สภาทองคำโลกระบุว่า ความต้องการทองคำรวมธุรกรรมนอกตลาด หรือ OTC ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,269 ตัน ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน ขณะที่ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,522 ตัน เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบรายปี และมีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 380,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์สำคัญ แม้ราคาจะถอยลงจากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม
แรงขายเกิดขึ้นหลังสงครามในอิหร่านจุดชนวนวิกฤตพลังงานโลก กระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่ม และเพิ่มต้นทุนเสียโอกาสในการถือทองคำซึ่งไม่มีดอกผล
ETF ขายทำกำไร แต่เอเชียยังซื้อทองคำต่อเนื่อง
ความต้องการลงทุนที่ไม่รวม OTC ลดลงมาอยู่ที่ 262 ตัน หลัง ETF ทองคำที่มีทองคำจริงหนุนหลังไหลออกสุทธิ 45 ตัน โดยแรงขายกระจุกตัวในเดือนมิถุนายน จากราคาทองคำที่อ่อนลง ผลตอบแทนจริงที่สูงขึ้น เงินดอลลาร์แข็งค่า และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐอาจขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้
อย่างไรก็ดี การลงทุนทองคำแท่งและเหรียญยังมีความยืดหยุ่นสูง โดยอุปสงค์ทั่วโลกอยู่ที่ 307 ตัน ใกล้เคียงปีก่อน จีนยังเป็นตลาดรายย่อยใหญ่ที่สุด ด้วยความต้องการทองคำแท่งและเหรียญ 107 ตันในไตรมาส 2 และ 314 ตันในครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับครึ่งปีแรก ส่วนอินเดียเพิ่มขึ้น 9% เป็น 50 ตัน จากแรงซื้อเมื่อราคาย่อตัว
ธนาคารกลางกลับมาซื้อทองคำอย่างแข็งแกร่ง
ภาคทางการกลับมามีบทบาทสำคัญ โดยธนาคารกลางซื้อทองคำ 289 ตันในไตรมาส 2 มากกว่าไตรมาสแรกที่ปรับปรุงแล้วกว่า 5 เท่า และเป็นไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติการณ์ โปแลนด์ซื้อเพิ่ม 51 ตัน ขณะที่ธนาคารกลางจีนเพิ่มทุนสำรอง 33 ตัน มากที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023
ราคาสูงกดดันเครื่องประดับ แต่แนวโน้มทองคำยังได้รับแรงหนุน
จุดอ่อนหลักยังอยู่ที่เครื่องประดับทองคำ โดยความต้องการทั่วโลกลดลง 17% เหลือ 278 ตัน ต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงโรคระบาด เนื่องจากราคาสูงกระทบกำลังซื้อ จีนลดลง 28% และอินเดียลดลง 15% แม้ปริมาณลดลง แต่มูลค่าการใช้จ่ายยังสูงถึง 40,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 จากราคาที่เพิ่มขึ้น ด้านอุปทานรวมทรงตัวที่ 1,269 ตัน โดยเหมืองผลิตได้สูงเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาส 2 ขณะที่การรีไซเคิลลดลง 6% เพราะผู้บริโภคยังไม่เร่งขายทองเก่า















