แนวโน้มตลาดทองคำดิจิทัลและการผลักดันมาตรฐานใหม่โดยสภาทองคำโลก
ในยุคปัจจุบัน รูปแบบการลงทุนทองคำได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ‘ทองคำดิจิทัล’ หรือ Tokenized Gold ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล Kurt Hemecker ซีอีโอของ Gold Token SA ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านโทเคนของ MKS PAMP ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับ Kitco News ว่า อุตสาหกรรมนี้ยังมีศักยภาพในการปรับตัวขึ้นและเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสภาทองคำโลก (World Gold Council หรือ WGC) กำลังริเริ่มโครงการใหม่เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับตลาดเพื่อรองรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายทองคำในรูปแบบดิจิทัล
การเติบโตของ Tokenized Gold และความท้าทายในการซื้อขายทองคำปัจจุบัน
Hemecker อธิบายว่า ปัญหาของอุตสาหกรรมไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนความต้องการในการลงทุนทองคำ แต่เป็นเรื่องของความไม่มีประสิทธิภาพเชิงโครงสร้างตลาดที่จำกัดการเติบโตของผลิตภัณฑ์ดิจิทัล แม้ว่าการเติบโตของโทเคนทองคำบนเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเติบโตเร็วกว่าทองคำแท่งจริงถึง 2.6 เท่า และมูลค่าตลาดของ Tokenized Gold ได้ทะยานทะลุระดับ 5 พันล้านดอลลาร์ไปแล้วในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่สภาพตลาดโดยรวมกลับยังคงกระจัดกระจาย ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทดำเนินงานภายใต้รูปแบบการรับฝากสินทรัพย์ (Custody) กรอบกฎหมาย และเงื่อนไขการไถ่ถอนทองคำที่แตกต่างกัน
แม้ว่าราคาทองคำในตลาดจะมีความผันผวน แต่นักลงทุนสถาบันยังมีมุมมองเชิงบวก (Bullish) ต่อการลงทุนทองคำดิจิทัล อย่างไรก็ตาม สถาบันต่างๆ ยังคงมีคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับประเด็นการรับฝาก การออกโทเคน การไถ่ถอน และเขตอำนาจศาล ซึ่งการขาดมาตรฐานที่ชัดเจนนี้ได้สร้างอุปสรรคต่อความน่าเชื่อถือและสภาพคล่องในการซื้อขายทองคำ ทำให้ทองคำดิจิทัลยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ประเภทเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์
บทบาทของ WGC ในการยกระดับมาตรฐานการลงทุนทองคำดิจิทัล
เพื่อแก้ไขปัญหาความซับซ้อนเหล่านี้ สภาทองคำโลก (WGC) จึงได้เสนอโมเดล ‘Gold as a Service’ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงระบบนิเวศของทองคำจริงและทองคำดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ กรอบการทำงานนี้จะสร้างมาตรฐานให้กับองค์ประกอบหลักที่สำคัญ เช่น การรับฝาก การออกโทเคน การกระทบยอด และการไถ่ถอน ซึ่ง Hemecker เปรียบเทียบกระบวนการนี้ว่าเป็นการ ‘ซ่อมระบบท่อประปา’ เพื่อให้ผู้ออกโทเคนทองคำสามารถเชื่อมต่อกับระบบส่วนกลางได้เลย โดยไม่ต้องเริ่มสร้างระบบใหม่ตั้งแต่ต้น
ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของแนวทางใหม่นี้คือ การปลดล็อกความสามารถในการทดแทนกันได้ (Fungibility) ของผลิตภัณฑ์ Tokenized Gold โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ร่วมกันจะช่วยให้โทเคนทองคำจากหลากหลายแหล่งสามารถแลกเปลี่ยนและใช้ทดแทนกันได้ คล้ายกับการซื้อขายทองคำจริงที่อิงตามมาตรฐานความบริสุทธิ์และน้ำหนักที่เป็นสากล การมีมาตรฐานที่ชัดเจนจะช่วยเปลี่ยนผ่านความไว้วางใจจากผู้ออกโทเคนแบบรวมศูนย์ ไปสู่ความไว้วางใจในระบบนิเวศโดยรวม ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ทำให้ทองคำดิจิทัลถูกโอนย้าย ใช้เป็นหลักประกัน หรือรวมเข้ากับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาดการลงทุนทองคำอย่างยั่งยืนในอนาคต














