เยอรมนีเล็งดึง ‘ทองคำสำรอง’ กลับประเทศ หวั่นนโยบาย ‘ทรัมป์’ กระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

Gold Reserves, Geopolitics

เยอรมนีเผชิญแรงกดดันให้นำทองคำสำรองกลับจากสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ในขณะที่ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเริ่มมีความเปราะบาง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรณีข้อพิพาทระหว่างอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับยุโรปในประเด็นเรื่องกรีนแลนด์ บรรดาสมาชิกรัฐสภาและนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของเยอรมนีได้ออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้รัฐบาลเร่งนำ ทองคำสำรอง มูลค่ามหาศาลที่ฝากไว้ในสหรัฐอเมริกากลับคืนสู่มาตุภูมิ โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากพฤติกรรมที่คาดเดาไม่ได้ของรัฐบาลสหรัฐฯ และความจำเป็นในการสร้างอิสรภาพทางยุทธศาสตร์ที่มากขึ้น

ความกังวลต่อความปลอดภัยของสินทรัพย์และความผันผวนของราคาทองคำ

เอมานูเอล เมินช์ อดีตหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Bundesbank และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ได้ให้ความเห็นกับสื่อเยอรมันว่า การเก็บรักษาทองคำจำนวนมหาศาลไว้ในสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบันถือเป็นความเสี่ยง โดยปัจจุบันเยอรมนีถือครองทองคำสำรองมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐฯ ด้วยปริมาณรวมกว่า 3,350.25 ตัน แต่กว่า 37% หรือประมาณ 1,236 ตัน ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในนิวยอร์ก ซึ่งสถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนในตลาด ทองคำ และกลุ่มผู้เสียภาษีในยุโรปเริ่มตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและการเข้าถึงสินทรัพย์ดังกล่าว หากเกิดวิกฤตการณ์ทางการทูตที่รุนแรงขึ้น

ท่าทีของธนาคารกลางเยอรมนีและบทสรุปของความขัดแย้ง

แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากฝ่ายค้านและกลุ่มผู้เสียภาษีให้เร่งขนย้ายทองคำกลับประเทศเพื่อใช้เป็นสมอแห่งความมั่นคงและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ แต่ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) โดยประธานโจอาคิม นาเกล ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีเหตุให้ต้องกังวล โดยระบุว่าเฟดเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์การเรียกคืนทองคำในช่วงปี 2013 ถึง 2020 ที่เยอรมนีเคยดึงทองคำกลับมาจากนิวยอร์กและปารีสกว่า 674 ตัน แสดงให้เห็นว่าประเด็นเรื่องการตรวจสอบและความเป็นเจ้าของที่แท้จริงยังคงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งนักลงทุนทองคำทั่วโลกต่างจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการเคลื่อนย้ายทองคำล็อตใหญ่จริง ย่อมส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนและทิศทางราคา ทองคำ ในตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Loading

Relate Post

XM Global Limited