ราคาทองคำและเงินฟื้นตัวปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงกดดันจากดอลลาร์และยีลด์สหรัฐ
ราคาทองคำสปอตปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงบ่ายวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากการซื้อคืนสถานะขาย หลังจากตลาดโลหะมีค่าร่วงแรงในวันก่อนหน้า ขณะรายงานระบุว่าทองคำซื้อขายใกล้ระดับ 4,015.06 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.97% ส่วนราคาเงินสปอตอยู่ใกล้ 55.897 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.68% แม้ทองคำจะหลุดระดับจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์ในระหว่างวัน แต่ยังสามารถฟื้นตัวกลับมาได้และยืนเหนือจุดต่ำสุดของวันพฤหัสบดี
ตลาดหุ้นอ่อนแรง ขณะที่ปัจจัยเฟดและเงินเฟ้อยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทองคำ
บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังระมัดระวัง หลังหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ถูกขายต่อเนื่อง ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 1.0% Nasdaq ลดลง 1.4% และ Dow Jones ลดลง 0.8% ขณะที่ตลาดยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวลงจากแรงกดดันในกลุ่มเทคโนโลยีและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดทำให้นักลงทุนยังไม่มั่นใจว่าเฟดจะผ่อนคลายนโยบายเร็ว แม้ดัชนี CPI และ PPI เดือนมิถุนายนชะลอตัว แต่ยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และดัชนีภาคการผลิตฟิลาเดลเฟียออกมาดีกว่าคาด ขณะดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเบื้องต้นเพิ่มขึ้นเป็น 54.4 และคาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปีลดลงเป็น 4.2% ส่งผลให้ราคาทองคำทรงตัวได้ แต่ยังไม่ใช่สัญญาณกลับตัวเชิงบวกอย่างชัดเจน
ช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด แม้เส้นทางเดินเรือยังเปิดอยู่ แต่ความเสี่ยงทางทหารหลังสหรัฐและอิหร่านตอบโต้กันทำให้ตลาดน้ำมันมีค่าพรีเมียมความเสี่ยงสงคราม ราคาน้ำมัน WTI อยู่เหนือ 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ใกล้ 86.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจัยนี้ช่วยหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและทำให้ตลาดยังคาดการณ์โอกาสขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนกันยายนใกล้ 50%
แนวโน้มทางเทคนิคของราคาทองคำและเงิน
ในเชิงเทคนิค ฝั่งขายยังได้เปรียบระยะสั้น เนื่องจากราคาทองคำยังต่ำกว่าแนวหมุนสำคัญบริเวณ 4,023.35 ดอลลาร์ แนวต้านแรกอยู่ที่ 4,008.70 และ 4,023.35 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่ 3,969.00 และ 3,950.80 ดอลลาร์ หากราคากลับมายืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่อง จะช่วยลดแรงกดดันขาลงระยะสั้น ส่วนราคาเงินยังต้องผ่านแนว 58.53 ดอลลาร์ เพื่อยืนยันแรงซื้อคืนที่แข็งแกร่งขึ้นในสัปดาห์หน้า














