ราคาทองคำเผชิญแรงขาย จับตาแนวรับสำคัญ 4,000 ดอลลาร์
ราคาทองคำปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลดลงอีกครั้ง แม้ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดจะชะลอตัวลง โดยราคาทองคำสปอตล่าสุดอยู่ที่ 4,017.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงราว 2.5% ในรอบสัปดาห์ นักลงทุนยังคงจับตาแนวรับทางจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสำคัญต่อทิศทางตลาดทองคำระยะสั้น
เงินเฟ้อพลังงานและตะวันออกกลางกดดันทองคำ
ข้อมูล CPI เดือนมิถุนายนสะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาผู้บริโภคชะลอลง ช่วยลดความกังวลว่าความขัดแย้งในอิหร่านจะส่งผลยาวนานต่อเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่กลับขึ้นเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเงินเฟ้ออาจเร่งขึ้นอีกครั้ง
Chris Gaffney จาก EverBank ระบุว่า ราคาทองคำหลุดต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์มาแล้วหลายครั้งในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังสามารถยืนเหนือแนวรับใหญ่ได้ หากหลุดระดับนี้อย่างชัดเจน อาจเกิดการปรับฐานระยะสั้นที่ลึกขึ้น ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐจะเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญต่อความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย
ดอลลาร์แข็งและบอนด์ยีลด์สูงลดความน่าสนใจของทองคำ
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ราคาทองคำปรับฐานจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคมมาแล้วเกือบ 30% แต่ตลาดยังเสี่ยงถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น เงินดอลลาร์แข็งค่า และความคาดหวังที่ลดลงต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
Lukman Otunuga จาก FXTM กล่าวว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน ส่งผลให้เงินเฟ้อ ดอลลาร์ และยีลด์พันธบัตรปรับสูงขึ้น ขณะนี้ตลาดประเมินโอกาสที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายนราว 56% ซึ่งอาจจำกัดการฟื้นตัวของทองคำ หากหลุด 4,000 ดอลลาร์ เป้าหมายถัดไปอาจอยู่ที่ 3,950 และ 3,900 ดอลลาร์ แต่หากยืนได้ แนวต้าน 4,100 ดอลลาร์จะกลับมาอยู่ในสายตา
แนวโน้มทองคำระยะยาวยังไม่เสียหาย
แม้ระยะสั้นยังมีความเสี่ยงด้านลบ Simon-Peter Massabni จาก XS.com มองว่าข่าวร้ายจำนวนมากถูกสะท้อนในราคาแล้ว และทองคำยังได้รับแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากการซื้อของธนาคารกลาง ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อระยะยาว โดยโซน 3,950-3,940 ดอลลาร์อาจเป็นแนวรับเชิงกลยุทธ์สำหรับการสะสมใหม่
สัปดาห์หน้าตลาดจะให้ความสำคัญกับข่าวภูมิรัฐศาสตร์เป็นพิเศษ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจมีไม่มาก เหตุการณ์สำคัญคือการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ย แต่ยังอาจเปิดทางสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน













