ทองคำถูกขายมากเกินไป ตลาดจับตาจุดต่ำสุดรอบใหม่ก่อนเดือนกันยายน
พอล หว่อง หุ้นส่วนผู้จัดการและนักกลยุทธ์ตลาดของ Sprott Inc. ระบุว่า ราคาทองคำกำลังอยู่ในภาวะขายมากเกินไปอย่างรุนแรงตามตัวชี้วัดสำคัญหลายด้าน และมีโอกาสสร้างจุดต่ำสุดเชิงวัฏจักรก่อนเข้าสู่เดือนกันยายน โดยปัจจัยพื้นฐานที่หนุนทองคำในระยะยาวคือการลดค่าของสกุลเงิน ซึ่งอาจผลักดันให้ทองคำกลับไปทำสถิติสูงสุดใหม่ในอนาคต
สัญญาณเทคนิคชี้ทองคำใกล้จุดกลับตัว
หว่องอธิบายว่า โดยปกติราคาทองคำมักพบแรงพยุงเมื่อปรับลงมาใกล้ระดับ 90% ของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน แต่รอบนี้ราคาปรับลงลึกกว่านั้นมาก นอกจากนี้ ตัวชี้วัดภายในอีกหลายรายการยังสะท้อนภาวะ oversold ระดับลบสองถึงลบสามส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทำให้แรงขายเพิ่มเติมเริ่มทำได้ยากขึ้น แม้ยังไม่ยืนยันว่าเป็นจุดต่ำสุด แต่บ่งชี้ว่าแรงขายส่วนใหญ่อาจผ่านไปแล้ว
เขามองว่า นักลงทุนรายใหญ่หรือกองทุนอาจเริ่มทยอยสะสมทองคำ โดยเฉพาะในวันที่ราคาปรับลงแรงจากข่าวระยะสั้น ขณะที่ปัจจัยฤดูกาลก็สนับสนุนมุมมองนี้ เพราะทองคำมักทำจุดต่ำสุดช่วงฤดูร้อน โดยเฉลี่ยอยู่ราวต้นเดือนสิงหาคม ก่อนกลับมาฟื้นตัว หากมีตัวเร่ง เช่น การประชุม Jackson Hole ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หรือความผันผวนในตลาดพันธบัตร
ตลาดพันธบัตรคือสมรภูมิสำคัญ และทองคำคือผู้ได้ประโยชน์
เมื่อมองไปยังทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หว่องชี้ว่า ตลาดพันธบัตรต่างหากที่เป็นตัวกำหนดทิศทางแท้จริง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในสหรัฐ เยอรมนี และญี่ปุ่นมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น สะท้อนความไม่พอใจของตลาดต่อภาระหนี้และเงินเฟ้อ หากเฟดพยายามกดดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าเงินเฟ้อ ตลาดพันธบัตรอาจตอบโต้รุนแรง
เงินเฟ้อ หนี้สาธารณะ และการลดค่าเงินหนุนราคาทองคำ
หว่องระบุว่า หนี้สหรัฐเพิ่มขึ้นแตะระดับมหาศาล ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยสูงกว่างบกลาโหมแล้ว ปัญหาค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ และกระแสประชานิยมล้วนเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก อีกทั้งการลดโลกาภิวัตน์ การย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ และการกักตุนพลังงานหรือโลหะสำคัญ จะทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง
ในสถานการณ์นี้ ธนาคารกลางมีทางเลือกจำกัด หากปล่อยให้ตลาดพันธบัตรเสียการควบคุม รัฐบาลจะเผชิญต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น แต่หากต้องรักษาเสถียรภาพการคลัง ทางออกที่เหลือคือการลดค่าของสกุลเงิน หว่องมองว่านี่คือหัวใจของกระแสลงทุนในทองคำ เพราะเมื่อสกุลเงินกระดาษอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ทองคำจะยังคงเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่สำคัญ















