ราคาทองคำร่วงลงเล็กน้อยท่ามกลางการจับตาเงินเฟ้อ CPI และความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์
ในการซื้อขายช่วงต้นของตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร ราคาทองคำ ปรับตัวลดลงอย่างนุ่มนวล โดยสัญญาทองคำส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ล่าสุดลดลง 25.80 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 4,589.10 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาแร่เงินส่งมอบเดือนมีนาคมปรับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 0.474 ดอลลาร์ สู่ระดับ 85.58 ดอลลาร์ ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Aversion) ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดุเดือด และนักลงทุนต่างเฝ้ารอรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีการเปิดเผย ซึ่งคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานรายเดือนจะเพิ่มขึ้น 0.3%
การปรับเปลี่ยนกฎ Margin ของ CME และความเสี่ยงสงครามการค้า
CME Group ผู้ให้บริการตลาดอนุพันธ์ชั้นนำ ประกาศปรับเปลี่ยนวิธีการกำหนดหลักประกัน (Margin) สำหรับฟิวเจอร์สทองคำ แร่เงิน แพลตตินัม และพัลลาเดียม โดยจะเปลี่ยนจากการกำหนดวงเงินดอลลาร์คงที่ มาเป็นการคำนวณตามเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัญญา (Notional Value) เพื่อรองรับความผันผวนของราคาที่พุ่งสูงขึ้น โดยมีผลบังคับใช้หลังจากปิดตลาดวันอังคารนี้ ในขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันตลาด เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ขู่เก็บภาษี 25% สำหรับสินค้าจากประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงสงบศึกทางการค้ากับจีน และสร้างความตึงเครียดรอบใหม่ นอกจากนี้สถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากยังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางทั่วโลกที่ออกมาสนับสนุนประธานเฟดในการต้านทานแรงกดดันทางการเมือง
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำทางเทคนิค
ในมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำ สำหรับสัญญาเดือนกุมภาพันธ์ ฝั่งขาขึ้นมีเป้าหมายราคาถัดไปที่การปิดเหนือแนวต้านแข็งแกร่งที่ 4,750.00 ดอลลาร์ ส่วนฝั่งขาลงมีเป้าหมายระยะสั้นที่จะดันราคาให้หลุดแนวรับสำคัญที่ 4,400.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกอยู่ที่ระดับสูงสุดในชั่วข้ามคืนที่ 4,616.90 ดอลลาร์ และแนวรับแรกอยู่ที่จุดต่ำสุดของวันที่ 4,582.80 ดอลลาร์ โดย Wyckoff’s Market Rating ให้คะแนนอยู่ที่ 8.5 ซึ่งบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของตลาดในระดับสูง










