ราคาทองคำพุ่งทำ All-Time High เหนือ 4,660 ดอลลาร์ หลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ปะทุ
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ ได้สร้างแรงส่งครั้งสำคัญให้กับตลาดโลหะมีค่า โดยแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยได้ผลักดันให้ ราคาทองคำ และโลหะเงินพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ โดยทองคำทะลุระดับ 4,660 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินพุ่งเหนือ 94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้จุดชนวนสงครามการค้ากับยุโรปอีกครั้ง ด้วยการขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้า 10% ถึง 25% ต่อประเทศเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ เพื่อกดดันให้พันธมิตรของสหรัฐฯ สนับสนุนความพยายามของเขาในการเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์
ผลกระทบจากสงครามการค้าต่อทิศทางตลาด
การประกาศของทรัมป์ผ่านโซเชียลมีเดียส่งผลให้สมาชิกรัฐสภายุโรปตอบโต้ทันที โดยประกาศระงับการให้สัตยาบันข้อตกลงทางการค้าที่ทำไว้เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา และบางส่วนเรียกร้องให้มีการตอบโต้ทางการค้า สงครามการค้าที่ปะทุขึ้นใหม่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอ่อนค่าลงและกลายเป็นปัจจัยหนุนให้ ราคาทองคำ และโลหะเงินปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดราคาทองคำสปอตซื้อขายอยู่ที่ 4,666.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวขึ้น 1.5% ในระหว่างวัน ขณะที่โลหะเงินสปอตซื้อขายที่ 93.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พุ่งขึ้นเกือบ 4%
มุมมองนักวิเคราะห์และแนวโน้มในอนาคต
Linh Tran นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก XS.com กล่าวว่า การตอบสนองอย่างรุนแรงของทองคำต่อข่าวภาษีศุลกากรสะท้อนให้เห็นว่าอารมณ์ของตลาดได้เปลี่ยนจากการโฟกัสเรื่องการเติบโตหรือเงินเฟ้อ ไปสู่ความไม่แน่นอนทางนโยบาย ซึ่งภาษีไม่เพียงแต่ขัดขวางการไหลเวียนของการค้า แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ทองคำทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์เพื่อปรับสมดุลความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนได้อย่างดีเยี่ยม แม้ตลาดสหรัฐฯ จะปิดทำการเนื่องในวัน Martin Luther King Jr. แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์นี้
ด้าน Michael Brown จาก Pepperstone มองว่าสถานการณ์นี้คล้ายกับกลยุทธ์ “The Art of the Deal” ของทรัมป์ ที่มักจะสร้างคำขู่ที่รุนแรงเพื่อดึงข้อตกลง อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความผันผวนนี้ยังคงสนับสนุนทิศทางขาขึ้นของโลหะมีค่า ในขณะที่ David Morrison จาก Trade Nation ระบุว่าแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยกำลังบดบังปัจจัยลบอื่นๆ และแม้ว่าราคาโลหะเงินจะเข้าสู่ภาวะ Overbought ในทางเทคนิค แต่ปัญหาการขาดแคลนอุปทานและความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยหนุนให้ราคาโลหะเงินยังคงทำผลงานได้ดีกว่าทองคำในระยะนี้














