สรุปภาวะตลาดทองคำ: ราคาดิ่งลงจากการเทขายทำกำไรระยะสั้น
ราคาทองคำและโลหะเงินในตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงการซื้อขายเช้าวันพฤหัสบดี โดยเฉพาะราคาโลหะเงินที่นำตลาดดิ่งลง แรงกดดันหลักมาจากการเทขายทำกำไร (Profit-taking) ของนักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สระยะสั้น หลังจากที่ราคามีการปรับตัวขึ้นและเริ่มสร้างแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ในช่วงก่อนหน้านี้ ล่าสุดราคาทองคำสัญญาเดือนเมษายนลดลง 42.20 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 5,184.40 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินสัญญาเดือนมีนาคมร่วงลง 4.878 ดอลลาร์ อยู่ที่ 86.245 ดอลลาร์
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์: วิกฤตนิวเคลียร์อิหร่านและสงครามยูเครน
ตลาดโลกกำลังจับตามองสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเจรจานิวเคลียร์รอบที่สามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กรุงเจนีวา ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความกดดันก่อนถึงเส้นตายที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำหนดไว้ในช่วงต้นเดือนมีนาคม หากการเจรจาล้มเหลว อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดปฏิบัติการทางทหารและความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง ในขณะเดียวกัน สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงทวีความรุนแรง รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ด้วยโดรนและขีปนาวุธใส่โครงสร้างพื้นฐานทั่วยูเครน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก แม้จะมีความพยายามในการเจรจาหัวข้อสันติภาพ แต่สถานการณ์เหล่านี้ยังคงเป็นปัจจัยหนุนสำหรับนักลงทุนที่มองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและปัจจัยทางเทคนิค
นอกจากปัจจัยด้านสงครามแล้ว นักลงทุนในวอลล์สตรีทยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยี AI ที่อาจเข้ามาแทนที่แรงงานและก่อให้เกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน สำหรับปัจจัยภายนอก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.05% ซึ่งกดดันราคาทองคำ ทางด้านเทคนิค แนวต้านแรกของทองคำอยู่ที่ 5,269.40 ดอลลาร์ และเป้าหมายขาขึ้นถัดไปคือการยืนเหนือ 5,400.00 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่ 5,109.50 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้อาจลงไปทดสอบแนวรับจิตวิทยาที่ 5,100.00 ดอลลาร์














