ราคาทองคำและแร่เงินพุ่งทะยานรับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยก่อนประกาศตัวเลขจ้างงาน
ตลาดโลหะมีค่าเริ่มต้นการซื้อขายในวันพุธด้วยทิศทางขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยราคาทองคำและแร่เงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุดสัญญาทองคำส่งมอบเดือนเมษายนพุ่งขึ้น 88.10 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 5,119.10 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาแร่เงินส่งมอบเดือนมีนาคมเป็นผู้นำตลาด ปรับตัวขึ้น 5.106 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 85.465 ดอลลาร์ แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นักลงทุนทองคำทั่วโลกจับตามอง
จับตาตัวเลข Non-farm Payrolls และทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ตามปกติแล้วรายงานการจ้างงานมักจะประกาศในวันศุกร์ แต่ความล่าช้าจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้ต้องเลื่อนมาประกาศในวันพุธนี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm Payrolls) ประจำเดือนมกราคมจะเพิ่มขึ้น 55,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานจะทรงตัวอยู่ที่ 4.4% ซึ่งใกล้เคียงระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังรอจับตาดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะประกาศในเช้าวันศุกร์ โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน ปัจจัยทางเศรษฐกิจเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความผันผวนของราคาทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ
วิกฤตอุปทานแร่เงินในจีนและการวิเคราะห์ทางเทคนิค
นอกจากปัจจัยในสหรัฐฯ แล้ว รายงานจาก Bloomberg ระบุว่าตลาดแร่เงินในจีนกำลังเผชิญภาวะตึงตัวอย่างหนัก (Squeeze) เนื่องจากความต้องการเพื่อการลงทุนและอุตสาหกรรมที่สูงจนทำให้สต็อกสินค้าลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดภาวะ Backwardation หรือราคาสปอตสูงกว่าราคาฟิวเจอร์สอย่างมาก ในส่วนของการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับราคาทองคำ แนวต้านสำคัญถัดไปอยู่ที่ 5,250.00 ดอลลาร์ หากผ่านไปได้จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่ออย่างแข็งแกร่ง ส่วนแนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่ 5,046.30 ดอลลาร์ และ 5,000.00 ดอลลาร์ตามลำดับ นอกจากนี้ ข่าวด้านความมั่นคงจากการที่ FAA ระงับเที่ยวบินในเมืองเอลปาโซ รัฐเท็กซัส ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในตลาดโลหะมีค่าช่วงนี้
















