ราคาทองคำและเงินจ่อพุ่งทะลุเป้า 5,000 ดอลลาร์ รับแรงหนุนวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และปมขัดแย้งเฟด

gold price, safe-haven assets

แนวโน้มราคาทองคำและโลหะเงินสดใส นักวิเคราะห์ชี้เป้า 5,000 ดอลลาร์ภายในปี 2026

ตลาดโลหะมีค่ายังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งราคาทองคำและโลหะเงินมีการซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ Nick Cawley นักวิเคราะห์ตลาดจาก Solomon Global ได้เปิดเผยรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า โลหะมีค่าทั้งสองชนิดมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีก โดยคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และโลหะเงินจะแตะ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในครึ่งแรกของปี 2026 เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักดันให้นักลงทุนหันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

วิกฤตอิหร่านและความขัดแย้งในเฟดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา

โมเมนตัมขาขึ้นในสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนจากความวุ่นวายรอบใหม่ในตะวันออกกลาง หลังจากรัฐบาลอิหร่านปราบปรามผู้ประท้วงเรื่องค่าครองชีพอย่างรุนแรง ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาทุกทางเลือกรวมถึงปฏิบัติการทางทหาร นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าจับตามองคือ Jerome Powell ประธานเฟด ได้แถลงการณ์ว่ากระทรวงยุติธรรมได้ส่งหมายเรียกและขู่จะฟ้องร้องคดีอาญาเกี่ยวกับการให้การเรื่องการปรับปรุงอาคารเฟด ซึ่ง Powell มองว่าเป็นข้ออ้างในการแทรกแซงความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลาง เพื่อบีบให้เฟดตกอยู่ภายใต้แรงกดดันทางการเมือง

กลยุทธ์การลงทุนและมุมมองทางเทคนิค

Cawley มองว่าความผันผวนนี้เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาว โดยแนะนำให้มองการย่อตัวเป็นจังหวะในการเข้าซื้อ (Buying Opportunity) ระดับราคาที่ 5,000 ดอลลาร์และ 100 ดอลลาร์ถือเป็นจุดอ้างอิงสำคัญที่จะสร้างความผันผวนรอบใหม่ ทางด้านเทคนิคแนวโน้มยังคงเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง แม้จะมีแนวต้านแรกของทองคำที่ 4,750 ดอลลาร์ แต่คาดว่าจะไม่สามารถหยุดยั้งการปรับตัวขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนโดยเฉพาะในตลาดโลหะเงินที่อาจมีการเหวี่ยงของราคามากกว่า 10% ต่อวัน ยิ่งราคาสูงขึ้น ความผันผวนก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย

Loading

XM Global Limited