ราคาทองคำปรับตัวลงจากการเทขายทำกำไร แม้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังหนุน
ตลาดทองคำในช่วงกลางวันของวันอังคารมีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกดดันในการเทขายทำกำไรตามปกติของนักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สระยะสั้น หลังจากที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ล่าสุดราคาทองคำส่งมอบเดือนเมษายนลดลง 63.40 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 5,162.00 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน ราคาโลหะเงินกลับปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดโลก
นโยบายภาษีทรัมป์และคำเตือนจาก JP Morgan กระตุ้นความกังวลตลาด
ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนในช่วงนี้ คือรายงานจากสหภาพยุโรปที่ประเมินว่านโยบายภาษีใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของ EU เช่น ชีสและสินค้าเกษตร โดยภาษีทั่วโลก 10% ของทรัมป์เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว และมีรายงานว่าทำเนียบขาวกำลังพิจารณาคำสั่งเพิ่มอัตราภาษีเป็น 15% ความไม่แน่นอนทางการค้านี้ยังคงเป็นปัจจัยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว นอกจากนี้ เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co. ได้ออกมาเตือนถึงสถานการณ์ในอุตสาหกรรมการเงินที่เริ่มคล้ายคลึงกับช่วงก่อนวิกฤตการเงินปี 2008 โดยเริ่มเห็นพฤติกรรมการปล่อยกู้ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อเร่งรายได้ ซึ่งเขามองว่าเป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับเสถียรภาพทางการเงิน
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและปัจจัยทางเทคนิค
ในส่วนของตลาดภายนอก ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 66.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ราว 4.04% สำหรับมุมมองทางเทคนิคของตลาดฟิวเจอร์สทองคำเดือนเมษายน ฝั่งขาขึ้นมีเป้าหมายถัดไปคือการปิดราคาเหนือแนวต้านแข็งแกร่งที่ 5,400.00 ดอลลาร์ ในขณะที่ฝั่งขาลงมีเป้าหมายคือการกดราคาให้หลุดแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ 4,854.20 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับแรกที่ 5,100.00 ดอลลาร์ และ 5,050.00 ดอลลาร์ ตามลำดับ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเนื่องจากตลาดมีความผันผวนสูง














