ราคาทองคำฟื้นตัวแข็งแกร่ง รับแรงหนุนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ราคาทองคำและโลหะเงินมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเช้าวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ โดยล่าสุดราคาทองคำสัญญาส่งมอบเดือนเมษายนพุ่งขึ้นถึง 147.70 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 5,083.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาโลหะเงินสัญญาส่งมอบเดือนมีนาคมปรับตัวขึ้น 6.594 ดอลลาร์ มาปิดที่ 89.90 ดอลลาร์ การกลับมาของแรงซื้อในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven) ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้ว่าจะมีความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคอื่นๆ เข้ามากระทบก็ตาม
จับตากองทุน ETF จีนเทขายและประเด็นสหรัฐฯ-อิหร่าน
แม้ราคาจะปรับตัวขึ้น แต่ตลาดราคาทองคำยังคงได้รับสัญญาณเตือนจากฝั่งเอเชีย โดย Bloomberg รายงานว่ากองทุน ETF ทองคำรายใหญ่ของจีนมีการเทขายออกมารุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สะท้อนถึงการทำกำไรและความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนหลังราคาปรับฐาน ในขณะเดียวกัน ปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาคือสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีรายงานว่าอิหร่านต้องการย้ายสถานที่เจรจาทางการทูตไปยังโอมาน และปฏิเสธที่จะหารือเรื่องโครงการขีปนาวุธ ซึ่งสร้างความตึงเครียดให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ ประกอบกับข่าวการยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Shutdown) ของสหรัฐฯ ก็เป็นอีกประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำทางเทคนิค
ในมุมมองทางเทคนิคสำหรับราคาทองคำ สัญญาส่งมอบเดือนเมษายน แม้จะเกิดสัญญาณ Key Reversal ในขาลงเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ฝ่ายกระทิงเริ่มกลับมาคุมเกมได้อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายแนวต้านสำคัญถัดไปอยู่ที่การปิดเหนือระดับ 5,250.00 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่ 5,000.00 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้จะมีแนวรับถัดไปที่ 4,630.40 ดอลลาร์ สำหรับนักลงทุนที่เก็งกำไรควรติดตามแนวต้านแรกที่ 5,113.90 ดอลลาร์ และ 5,200.00 ดอลลาร์ตามลำดับ เพื่อวางแผนการลงทุนอย่างรัดกุม
















