ทิศทางราคาทองคำ: นักวิเคราะห์เตือนความเสี่ยงระยะสั้น แม้เทรนด์หลักยังเป็นขาขึ้น
แม้ว่า ราคาทองคำ จะสามารถรักษาระดับการปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งเหนือระดับแนวต้านสำคัญ แต่นักวิเคราะห์ตลาดยังคงมองเห็นความเสี่ยงทางยุทธวิธีในระยะสั้นที่อาจเกิดขึ้น ในขณะที่ตลาดพยายามหาจุดสมดุลหลังจากเกิดแรงเทขายอย่างหนักเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดย Roukaya Ibrahim หัวหน้านักกลยุทธ์จาก BCA Research ได้ระบุในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า เธอยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อทองคำในระยะยาว (Bullish) แต่ได้แจ้งเตือนให้นักลงทุนเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับฐานของราคาลงอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุนทองคำและการปรับฐานของตลาด
แม้จะมีความเสี่ยงที่ราคาอาจปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ BCA Research ยังคงยืนยันในสถานะถือครองทองคำระยะยาว (Long positions) ซึ่งได้แนะนำมาตั้งแต่พฤศจิกายน 2022 นอกจากนี้บริษัทยังมองเห็นมูลค่าในการใช้กลยุทธ์ Long Gold คู่กับ Short ทองแดง หรือหุ้นทั่วโลก โดย Ibrahim กล่าวว่าจุดสูงสุดในเดือนมกราคมอาจยังไม่ใช่จุดพีคที่สุดของตลาดกระทิงรอบนี้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงขาลงยังคงมีอยู่ในระยะสั้น ซึ่งอาจทำให้ ราคาทองคำ เผชิญกับแรงต้านก่อนที่จะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ การเทขายทำกำไรในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องปกติเมื่อพิจารณาจากการปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า โดยสถิติในอดีตชี้ว่าการปรับฐานในตลาดกระทิงอาจกินเวลาตั้งแต่ 13 วันไปจนถึงเกือบ 6 เดือน
ปัจจัยหนุนจากธนาคารกลางและแรงซื้อจากเอเชีย
ความเสี่ยงระยะสั้นที่สำคัญที่สุดคือแรงเก็งกำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไหลเข้าของเงินทุนในกองทุน ETF ทองคำ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนฝั่งเอเชียที่มีความอ่อนไหวต่อราคาและเน้นรอบสั้น ซึ่งอาจทำให้เกิดความผันผวนรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานที่จะช่วยพยุงตลาดไว้คือการเข้าซื้อของธนาคารกลาง (Central Bank Buying) โดยเฉพาะจากประเทศจีน แม้ว่าการซื้ออาจชะลอตัวลงเมื่อราคาพุ่งสูงขึ้น แต่ในระยะยาวธนาคารกลางยังต้องการลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อมูลชี้ว่าปัจจุบันธนาคารกลางจีน (PBOC) มีสัดส่วนทองคำในทุนสำรองต่ำกว่า 9% ซึ่งหากต้องการเพิ่มสัดส่วนให้เท่ากับค่าเฉลี่ยของตลาดเกิดใหม่ (EM) ที่ 18% จีนจะต้องซื้อทองคำเพิ่มอีกจำนวนมหาศาล ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับ ราคาทองคำ ในภาพใหญ่ต่อไป
















