ราคาทองคำร่วงหนักสวนทางข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณชะลอตัว
ตลาดทองคำยังคงไม่สามารถฟื้นตัวได้และต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการเทขายทางเทคนิคอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง แม้ว่าข้อมูลล่าสุดจะบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐอเมริกากำลังชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับลดลงอย่างมาก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวมักจะเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ครั้งนี้ตลาดกลับตอบสนองในทิศทางตรงกันข้าม
ตัวเลขเปิดรับสมัครงาน (JOLTS) ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2020
รายงานจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ผ่านผลสำรวจ Job Openings and Labor Turnover Survey (JOLTS) ประจำเดือนธันวาคม เปิดเผยว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานซึ่งเป็นมาตรวัดความต้องการแรงงานที่สำคัญ ได้ลดลงเหลือเพียง 6.54 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าตัวเลขที่ได้รับการปรับปรุงแล้วของเดือนพฤศจิกายนที่ 6.93 ล้านตำแหน่ง ข้อมูลนี้ถือว่าอ่อนแอกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้อย่างมาก โดยตลาดเคยมองว่าจะมีการดีดตัวกลับไปที่ระดับ 7.25 ล้านตำแหน่ง ส่งผลให้จำนวนตำแหน่งงานว่างในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2020 และหากเทียบรายปี ตำแหน่งงานว่างลดลงถึง 966,000 ตำแหน่ง
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและนโยบายดอกเบี้ยของเฟด
แม้ข้อมูลตลาดแรงงานจะออกมาน่าผิดหวัง แต่ตลาดทองคำกลับต้องเผชิญกับแรงเทขายอย่างรุนแรง โดยราคาทองคำ Spot ล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ระดับ 4,826.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลงมากกว่า 2% ในระหว่างวัน ตามกลไกตลาดปกติ ข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอควรจะช่วยพยุงราคาโลหะมีค่าไว้ เนื่องจากเป็นการเพิ่มความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจผ่อนคลายนโยบายการเงินและปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม เฟดยังคงแสดงท่าทีลังเลที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความยืดหยุ่น โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดแรงงานที่เคยแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้า นักเศรษฐศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า หากตัวเลขการจ้างงานยังคงอ่อนแอลงต่อไป อาจเป็นปัจจัยเร่งให้เฟดตัดสินใจลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางราคาทองคำในอนาคต














