ราคาทองคำร่วงหลุดแนวรับสำคัญ เซ่นพิษเงินเฟ้อและตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ พุ่ง

Gold price, Inflation

ราคาทองคำร่วงหลุดแนวรับสำคัญ เซ่นพิษเงินเฟ้อและตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

ความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นจากหลายปัจจัยได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดการลงทุน ทำให้ ราคาทองคำ ปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรงจนหลุดระดับแนวรับสำคัญในระยะยาว แม้ว่านักวิเคราะห์หลายสำนักจะมองว่าทั้งราคาทองคำและโลหะเงินยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงได้อีกในระยะสั้น แต่ภาพรวมระยะยาวยังคงยากที่จะระบุถึงแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนสำหรับกลุ่มโลหะมีค่าเหล่านี้

ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ กดดันตลาดทองคำอย่างหนัก

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทองคำพยายามทดสอบแนวรับใกล้กับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน แต่ในที่สุดแนวรับดังกล่าวก็พังทลายลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาทองคำสปอตร่วงลงไปซื้อขายอยู่ที่ 4,327.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 3% ในวันเดียว และมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ด้วยการติดลบกว่า 4% ขณะที่ราคาโลหะเงินร่วงลงอย่างหนักจนหลุดระดับ 70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยร่วงลงกว่า 7% ระหว่างวัน และเตรียมปิดสัปดาห์ด้วยการลดลงถึง 9%

ฟางเส้นสุดท้ายที่กดดัน ทิศทางราคาทองคำ อย่างหนักคือข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าเศรษฐกิจมีการสร้างงานเพิ่มขึ้นถึง 172,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก นักวิเคราะห์ชี้ว่าข้อมูลนี้ทำให้ตลาดเริ่มกำหนดราคาคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายในสิ้นปีนี้เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ

มุมมองนักวิเคราะห์และแนวโน้มราคาทองคำในอนาคต

Phillip Streible หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดจาก Blue Line Futures อธิบายว่า ไม่ใช่แค่ตลาดแรงงานเท่านั้นที่กระตุ้นเงินเฟ้อ แต่สงครามและราคาอาหารที่สูงขึ้นยังเป็นปัญหาใหญ่ที่เฟดไม่อาจเพิกเฉยได้ ซึ่งจะกดดันราคาทองคำในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการเทขายครั้งนี้ไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นวิกฤต และยังถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อสะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาว

ขณะเดียวกัน Fawad Razaqzada นักวิเคราะห์การตลาดจาก FOREX.com ประเมินว่า แนวโน้มราคาทองคำ อาจลงไปทดสอบแนวรับที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงแข็งแกร่งจากการป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการเข้าซื้อของธนาคารกลาง ด้าน Eugenia Mykuliak จาก B2PRIME Group เสริมว่า ทองคำยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์สำรองที่ปลอดภัยและแข็งแกร่งอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

ในสัปดาห์หน้านักลงทุนควรจับตาตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางแคนาดา (BoC) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกและจะส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะถัดไป

Loading

Relate Post

XM Global Limited