ทิศทางราคาทองคำวันนี้: แรงกดดันจากดอลลาร์สหรัฐฯและพันธบัตรรัฐบาล
ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวลดลงอย่างหนักในช่วงต้นของการซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มนักลงทุนฝั่งซื้อส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการลงทุน ท่ามกลางภาวะดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นและการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แม้ว่าจะมีความตึงเครียดในตลาดโลกเพิ่มขึ้น แต่เทรดเดอร์ในตลาดทองคำยังคงให้น้ำหนักกับปัจจัยกดดันรายวันเหล่านี้มากกว่า โดยสัญญาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือนมิถุนายนร่วงลง 68.50 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 4,811.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงินส่งมอบเดือนพฤษภาคมลดลง 2.437 ดอลลาร์ อยู่ที่ 79.395 ดอลลาร์
วิกฤตตะวันออกกลางและผลกระทบต่อแนวโน้มราคาทองคำ
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง อิหร่านแสดงความลังเลในการเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบสองที่ปากีสถาน หลังจากสหรัฐฯ ยังคงปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซและยึดเรือที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า สหรัฐฯ ขาดความจริงจังในการเดินหน้าทางการทูต ทางด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระบุว่ามีการส่งทูตพิเศษไปยังปากีสถานเพื่อเจรจา พร้อมเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอ สหรัฐฯ จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้มักจะส่งผลดีต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่นักลงทุนกลับยังคงระมัดระวังในการเข้าซื้อ
ความกังวลเรื่อง Stagflation และภาพรวมทางเทคนิคของตลาดทองคำ
นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อ (Stagflation) ทั่วโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามเริ่มปรากฏให้เห็น โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงเนื่องจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งสูงขึ้นเหนือ 88.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับมุมมองทางเทคนิคของสัญญาทองคำ ตลาดกำลังถูกขับเคลื่อนผ่านตลาดฟิวเจอร์สบนกระดาน CME เป็นหลัก แนวต้านสำคัญถัดไปของนักลงทุนฝั่งซื้ออยู่ที่ระดับ 5,000.00 ดอลลาร์ ขณะที่เป้าหมายการทำกำไรฝั่งขาย หรือแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,500.00 ดอลลาร์ นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงและติดตามสถานการณ์ราคาทองคำอย่างใกล้ชิด














