เกาะติดสถานการณ์ราคาทองคำ: ยืนเหนือระดับจิตวิทยาที่ 5,000 ดอลลาร์
หลังจากผ่านสัปดาห์ที่การเคลื่อนไหวค่อนข้างเงียบเหงา ในที่สุด ราคาทองคำ ก็สามารถดีดตัวกลับมายืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้สำเร็จก่อนปิดตลาดสุดสัปดาห์ ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในขณะนี้คือนักลงทุนต่างพากันเข้าถือครองทองคำเพื่อเป็นประกันความเสี่ยง (Hedging) จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความกังวลว่าสหรัฐอเมริกาอาจเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินและเครื่องบินรบเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง นับเป็นการระดมกำลังพลครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามอิรัก
ความเสี่ยงสงครามอาจดันราคาทองคำพุ่งแตะ 5,800 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์จาก Natixis ระบุว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านจริง ราคาทองคำ อาจพุ่งขึ้นได้ถึง 15% โดยคาดการณ์ว่าราคาจะขยับขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงสองสัปดาห์แรกของการโจมตี ซึ่งอาจเห็นราคาขึ้นไปทดสอบระดับ 5,500 ถึง 5,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม Ole Hansen หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Saxo Bank มองว่าตลาดยังคงมีความกังขาว่าการเสริมกำลังทางทหารนี้เป็นเพียงการขู่เพื่อให้ยอมจำนน หรือเป็นความพร้อมที่จะทำสงครามจริง ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
ปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ และมุมมองทางเทคนิค
นอกจากประเด็นสงครามแล้ว ทองคำยังได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ทางการเงิน เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ชะลอตัวในไตรมาสที่ 4 โดย GDP ขยายตัวเพียง 1.4% ในขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับใกล้ 3% สถานการณ์เช่นนี้อาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อราคาทองคำ
ในมุมมองทางเทคนิค นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าแนวต้านสำคัญด่านแรกอยู่ที่ 5,100 ดอลลาร์ หากสามารถปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ได้อย่างแข็งแกร่ง อาจเป็นการเปิดทางไปสู่ระดับที่สูงขึ้น แต่หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ราคาอาจย่อตัวลงไปทดสอบที่ 4,900 และ 4,850 ดอลลาร์ ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์หน้า ตลาดจะจับตาดูถ้อยแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ของประธานาธิบดีทรัมป์ และตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) อย่างใกล้ชิด














