ราคาทองคำเดินหน้าขาขึ้นต่อเนื่อง รับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า
ตลาดทองคำยังคงดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาทองคำมีแนวโน้มรักษทิศทางขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางรายงานล่าสุดจาก World Economic Forum (WEF) ที่ระบุว่าการเผชิญหน้าทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geoeconomic confrontation) เป็นความเสี่ยงสูงสุดอันดับหนึ่งของปีนี้ ตามมาด้วยความขัดแย้งระหว่างรัฐและสภาพอากาศสุดขั้ว การประชุม WEF ประจำปีที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จุดชนวนสงครามการค้าครั้งใหม่ด้วยการขู่เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น 10-25% จากกลุ่มประเทศยุโรป เช่น เดนมาร์ก ฝรั่งเศส และเยอรมนี เพื่อกดดันกรณีข้อพิพาทเกาะกรีนแลนด์ ส่งผลให้สภายุโรปประกาศระงับข้อตกลงทางการค้าทันที สถานการณ์เหล่านี้สอดคล้องกับผลสำรวจของ WEF ที่สมาชิกรกว่า 50% คาดการณ์ว่าโลกจะเผชิญกับความปั่นป่วนอย่างหนักในอีก 2 ปีข้างหน้า
เป้าหมายราคาทองคำที่ 5,000 ดอลลาร์ และมุมมองนักวิเคราะห์
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ต่างคาดการณ์ว่า ราคาทองคำ มีโอกาสพุ่งขึ้นแตะหรือทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในครึ่งปีแรก โดยล่าสุดราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 4,671.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวขึ้น 1.6% ในระหว่างวัน ทางด้าน Aakah Doshi หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ทองคำจาก State Street Investment Management ให้สัมภาษณ์กับ Kitco News ว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้กลายเป็นภัยคุกคามที่ฝังลึกในตลาด ซึ่งจะเป็นแรงหนุนราคาทองคำในระยะยาว เขายังชี้ว่าเมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 ที่แตะระดับ 7,000 จุด ทองคำยังถือว่ามีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง (Undervalued) และเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ดีเยี่ยมหากเกิดวิกฤตสภาพคล่อง
ทองคำเปลี่ยนสถานะสู่ “สินทรัพย์หลัก” ในพอร์ตการลงทุน
Linh Tran นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก XS.com ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า แม้ในทางเทคนิคราคาทองคำอาจดูเหมือนอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) แต่แรงส่งขาขึ้นในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการเก็งกำไรระยะสั้นอีกต่อไป เธอมองว่าทองคำกำลังเข้าสู่ระยะของการ “ปรับมูลค่าเชิงกลยุทธ์” (Strategic Revaluation) โดยทองคำกำลังเปลี่ยนสถานะจากการเป็นเพียงสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Defensive Hedge) มาเป็นสินทรัพย์หลัก (Core Asset) ในการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนทั่วโลก ดังนั้น หากมีการย่อตัวของราคาเกิดขึ้น น่าจะเป็นเพียงการปรับฐานทางเทคนิคหรือการปรับพอร์ต มากกว่าที่จะเป็นการกลับตัวของแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว












