UBS ปรับคาดการณ์ราคาทองคำพุ่งแตะ 6,200 ดอลลาร์ ชี้ปัจจัยพื้นฐานแกร่งหนุนตลาดปี 2026
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์แสดงสัญญาณที่น่าสนใจในช่วงต้นปี โดย Dominic Schnider หัวหน้าฝ่ายสินค้าโภคภัณฑ์และ CIO ด้าน Forex ภูมิภาค APAC ของ UBS Wealth Management ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุด แม้ว่าจะมีความผันผวนเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคม แต่กลุ่มโลหะมีค่า น้ำมัน และโลหะอุตสาหกรรมต่างก็สามารถปิดตลาดในแดนบวกได้ Schnider ชี้ว่าเมื่อคลื่นความผันผวนเริ่มสงบลง ราคาทองคำรวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์หลักชนิดอื่น ๆ จะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven demand) ที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก
การปรับเป้าหมายราคาและปัจจัยขับเคลื่อนตลาดทองคำ
ในบทวิเคราะห์ล่าสุด UBS ได้แสดงมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อทิศทางของโลหะสีเหลือง Schnider ระบุอย่างชัดเจนว่า “เรามองเห็นแนวโน้มที่ทองคำจะกลับมาไต่ระดับขึ้นอีกครั้ง โดยมีโอกาสพุ่งสูงถึง 6,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงกลางปี” ตัวเลขคาดการณ์นี้ถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการคาดการณ์เมื่อวันที่ 5 มกราคม ซึ่งในขณะนั้นมองเป้าหมายไว้ที่ 5,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นไตรมาสแรก ปัจจัยสนับสนุนหลักยังคงมาจากแรงซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลก การขาดดุลงบประมาณมหาศาล อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐฯ ที่ลดต่ำลง และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่าย ๆ
กลยุทธ์การลงทุนและการจัดพอร์ตปี 2026
UBS มองว่าสินค้าโภคภัณฑ์จะมีบทบาทโดดเด่นอย่างยิ่งในพอร์ตการลงทุนในปี 2026 Schnider แนะนำให้นักลงทุนพิจารณากลยุทธ์ดังนี้ สำหรับผู้ที่ยังไม่มีการลงทุนในทองคำ ควรเริ่มจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนเข้าสู่พอร์ตเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ แต่สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนทองคำในพอร์ตสูงและมีกำไรที่ยังไม่ได้รับรู้ (Unrealized profits) อยู่มาก อาจพิจารณาขยายการลงทุนไปสู่สินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่น เช่น ทองแดง อลูมิเนียม และสินค้าเกษตร ซึ่ง UBS คาดว่าจะประสบปัญหาอุปทานขาดแคลนและมีความต้องการสูงจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อเป็นการกระจายแหล่งที่มาของผลตอบแทนในอนาคต














