ราคาทองคำพุ่งบวกสวนทางยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเกินคาด

Gold market, Retail sales

ตลาดทองคำยังคงพุ่งแรง ทะลุความคาดหมายแม้ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ฟื้นตัว

สถานการณ์ ตลาดทองคำ ล่าสุดยังคงได้รับแรงหนุนและมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารายงานตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐอเมริกา (U.S. retail sales) จะออกมาดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ซึ่งบ่งชี้ถึงอัตราการบริโภคที่แข็งแกร่งและอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต ข่าวทองคำ วันนี้จึงเป็นที่จับตามองของนักลงทุนอย่างมากที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของ ราคาทองคำ อย่างใกล้ชิด

ตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐฯ (U.S. Retail Sales) ประจำเดือนกุมภาพันธ์

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ยอดค้าปลีกในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 0.6% หลังจากที่ในเดือนมกราคมมีการปรับลดลง 0.1% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้มาก โดยก่อนหน้านี้มีการประเมินร่วมกันว่ายอดค้าปลีกในเดือนกุมภาพันธ์น่าจะหดตัวลง 0.5% นอกจากนี้ หากพิจารณาเป็นรายปีจะพบว่ายอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นถึง 3.7% เมื่อเทียบกับตัวเลขการเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ยอดขายพื้นฐานและผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

สำหรับยอดขายค้าปลีกพื้นฐาน (Core sales) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตัดยอดขายยานยนต์ออกไปนั้น พบว่าปรับตัวสูงขึ้น 0.5% เอาชนะตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.3% ในขณะเดียวกัน รายงานยังระบุด้วยว่า กลุ่มควบคุม (Control group) ซึ่งไม่นับรวมยอดขายจากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ร้านขายวัสดุก่อสร้าง สถานีบริการน้ำมัน และร้านขายอุปกรณ์สำนักงาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ส่งผลโดยตรงต่อการประเมินผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของสหรัฐอเมริกานั้น ก็ปรับตัวสูงขึ้น 0.5% เช่นเดียวกัน ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.3% สะท้อนให้เห็นถึงเม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง

ทิศทาง ราคาทองคำ และนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

แม้จะมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่น่าประหลาดใจที่ ตลาดทองคำ กลับไม่ได้แสดงความผันผวนในเชิงลบจากการตอบสนองเบื้องต้นต่อข้อมูลดังกล่าว ราคาทองคำสปอต (Spot gold) ล่าสุดมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 4,735.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1.5% ในระหว่างวัน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย

ในเชิงทฤษฎีแล้ว ข้อมูลยอดค้าปลีกที่เป็นบวกมักจะส่งผลกดดันหรือเป็นปัจจัยลบต่อ ราคาทองคำ เนื่องจากมันสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันยังคงมีความแข็งแกร่งในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งหมายความว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) อาจมีพื้นที่และเหตุผลสนับสนุนมากพอในการจัดการกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ด้วยการพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจเช่นนี้มักจะทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity costs) ในการถือครองทองคำเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนทองคำ ในสภาวะปัจจุบันยังคงสามารถดึงดูดเม็ดเงินได้อย่างแข็งแกร่ง

Loading

Relate Post

XM Global Limited