traderider forex ไทย

รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge จากพี่ต้าน Mudley Group (6 Part)

  • 10 replies
  • 19337 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*** Learning & Sharing ***
-------------
Mudley Live [ panot ไดอารี่ 15-31 Mar 2015 ]
-------------
** Bridge the Series Part 1 **
--------------
.
** Bar Chart : ก่อนจะรู้จัก Bridge ก็ต้องรู้จักกับ Bar Chart ก่อน..คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรู้จัก Bar Chart จะรู้จักกันแต่ Candle Stick(แท่งเทียน) ...
.
Bar Chart มันก็ไม่ต่างอะไรจาก Candle Stick มีการใช้ Data ในส่วนของ Open , High , Low , Close ในการ Plot เป็นแท่งเหมือนๆกัน เพียงแต่ ข้อดีของ Bar Chart คือ ช่วยตัด หรือ ลดผลกระทบในเรื่องของ Emotion ในการเทรดลงได้!
.
เพราะ การใช้ Candle Stick มันทำให้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ถูกชักจูงให้เกิด Emotion ได้ง่ายไม่ว่าจะเป็น ขนาดของแท่ง ประกอบกับ สีของแท่ง ทำให้เรามักจะมี Bias ในการตัดสินใจอาจจะรู้ตัว หรือ ไม่รู้ตัว!ก็ตาม~
.
-------------
** Bridge **
------------








.
Bridge : คือ Price pattern รูปแบบหนึ่งของ Bar Chart .. โดยที่รูปแบบของมันคือ..การที่ ราคาเปิด-ราคาปิด ของ Barchart อยู่ที่ระดับราคาเดียวกัน ทำให้เกิดการเรียงต่อกันเป็นเส้นตรง เหมือนกับ สะพาน! ซึ่ง การจะเป็น Bridge ที่สมบรูณ์ได้ จะต่อมีการเรียงต่อกันอย่างน้อย 4 แท่ง
.
Bridge เป็น แนวที่พวก Floor Trader กำลังต่อสู้กันด้วยเม็ดเงินมหาศาล..ทำให้เกิดความผิดปกติของราคา..ทำให้ราคา ถูก Manipulate ให้อยู่ในระดับราคาหนึ่งๆ...นอกจากนั้น Bridge ยังถูกสอนกันในหมู่พวก เทรดเดอร์ ที่อยู่ใน Fund ฝรั่ง! ทำให้แต่ละ Bridge ที่เกิด..มันมี นัยยะ!
.
ความสำคัญของ Bridge : Bridge เป็นพื้นฐานสำคัญในการ Trading เพราะ การเทรดด้วย Bridge มันทำให้เราได้"ระยะ" มันให้ Risk/Reward ที่ดี...หากเราเมื่อการฝึกจนเชี่ยวชาญ Winrate ที่ได้จากการ Trade Bridge ก็จะดีด้วยเหมือนกัน( ปกติก็เกิน 50% )
.
นอกจากนั้น Bridge ยังเป็นพื้นฐานที่ทำให้เราสามารถ ต่อยอด หรือ นำไปประยุกต์ใช้กับ Model ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Close System หรือ Option ! ได้
.
--------------
** การเทรดด้วย Bridge พื้นฐาน**
-------------
.
1.) รอให้เกิดการ Form ตัวเป็น Pattern Bridge ที่สมบรูณ์
.
2.) Target คือ Bridge คือ แนว Bridge ที่เคยสร้างและยังไม่ถูกทำลาย ( การทำลาย Bridge ต่อ part 2 )
.
3.) จุด Stoploss ที่ราคาต่ำสุดของ Bridge
.
4.) คำนวน Risk/Reward จะเทรดก็ต่อเมื่อ Bridge นั้นให้ Risk/ Reward ที่คุ้ม
.
5.) รอ Entry เมื่อมีการ Break Bridge ! ตั้ง TP & Stoploss
.
ปล. หากเราเชี่ยวชาญแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดการ Break out ของ Bridge ถ้าเราเข้าใจ Vector ของแรง เข้าใจ Momentum ของเรา..เราก็จะสามารถคาดเดาได้ระดับหนึ่ง..ว่ามันจะไปทางไหน!
.
-------------
** ประเภทของนักลงทุน **
------------
.
Floor : ซื้อที่ Bridge ..แล้วรอขายตาม Target!
.
Scalper : รอ Confirm ว่า Bridge นั้นสามารถยืนได้! ก็จะเข้ามาเก็งกำไร..และ ออกก่อนพวก Floor
.
Fundamental : วิเคราะห์พื้นฐาน..วิเคราะห์ Global Macro รอเข้าซื้อในจังหวะที่มัน Discount
.
Technical : ซื้อตามหลังจากที่รอให้ทุกอย่าง Confirm...ใครเป็นไม่สุดท้ายของ Technical ก็....
.
------------
#mudleylivebyJatuphon


credit:พี่ต้าน Mudley Group
เรียบเรียงและสรุปโดย : Jatuphon Tungsiriwattanawong
ขอขอบคุณ :พี่ตะวัน Road To Trader Group

Share Topic.

Follow Me.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26, มีนาคม 2017, 03:33:54 PM โดย Ball Aphiwat »

traderider forex ไทย
traderider forex ไทย
traderider forex ไทย

Re: รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge (6 Part)

« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 26, มีนาคม 2017, 02:55:07 PM »
*** Learning & Sharing ***
------------
MudleyLive [ panot ไดอารี่ 15-31 Mar 2015 ]
-------------
** Bridge the Series Part 2 **
--------------
**แนวรับ-แนวต้านจาก Bridge
--------------
.
เมื่อเราเทรดด้วย Bridge เมื่อมีการ Break Bridge เป้าหมาย( Target point ) คือ Bridge ก่อนหน้า..ซึ่งโดยปกติแล้วมันจะมีแรงจูงใจจากพวก Floor หรือ เทรดเดอร์ที่เทรดด้วย Bridge มา Drive ราคาให้ไปถึงแนวนั้นเสมอๆ
.
นอกจาก แนว Bridge เดิมจะถูกใช้เป็น แนวต้าน หรือ Target Point แล้ว..ยังสามารถใช้เป็น แนวรับ ได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น การมาเปิด Order ที่แนวรับโดยที่ไม่รอให้เกิดการสร้าง Bridge ใหม่นั้น ต้องมีการวาง Money Management ที่ดีก่อน!
.
------------
** Bridge ที่โดนทำลาย **
------------
.
Bridge ที่สามารถใช้เป็น แนวรับ-แนวต้าน ได้นั้นจะต้องเป็น Bridge ที่ยังไม่ถูกทำลาย...!!!
.
Bridgeที่ถูกทำลาย : คือ เริ่มจากมีการสร้างแนว Bridge ขึ้นมา..จากนั้นเกิดการ Break Bridge สมมุติว่า Break ขึ้นไป..อาจจะถึง Target หรือ ไม่ก็ตาม..สุดท้าย ราคากลับลงมาทำ Failed Break !! ก็จะถือว่า Bridge นั้นถูกทำลาย..
.
Bridge ที่ถูกทำลายจะถือว่าเป็น Bridge ที่ไม่มีนัยสำคัญ เพราะ ต้นทุนของพวก Floor บริเวณนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว!
.
------------
** Bridge ซ้อน**
------------
.
Bridge ซ้อน : คือการที่เกิดแนว Bridge ซ้อนอยู่ใกล้ๆกัน หรือ เกิด Bridge ที่อยู่ใกล้แนวต้านเกินไปทำให้ Risk/Reward ไม่คุ้ม..
.
ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิด Bridge ซ้อน..การเทรดด้วย Bridge ควรจะ Entry เมื่อมีการ Break Bridge ทั้งหมด! ...เพื่อให้มี Room ในการเก็บระยะ...
.
------------













#MudleylivebyJatuphon

credit:พี่ต้าน Mudley Group
เรียบเรียงและสรุปโดย : Jatuphon Tungsiriwattanawong
ขอขอบคุณ :พี่ตะวัน Road To Trader Group
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26, มีนาคม 2017, 03:08:11 PM โดย Ball Aphiwat »

Re: รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge (6 Part)

« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 26, มีนาคม 2017, 03:02:35 PM »
*** Learning & Sharing ***
------------
MudleyLive [ panot ไดอารี่ 15-31 Mar 2015 ]
-------------
** Bridge the Series Part 3 **
--------------
** Model Bridge **
-------------
-------------
1.) Scalping Model
------------
.
การเทรด Bridge ในฐานะ Scalper เราจะเทรดก็ต่อเมื่อเห็นการสร้างตัวของ Bridge แล้วเท่านั้น!!
.
- รอให้เกิดการสร้าง Bridge ที่สมบรูณ์(มีการเชื่อมต่อของสะพานครบ 4 แท่ง )
.
- รอการ Breakout แนว Bridge เพื่อให้เกิด Entry Signal.. หรือ... เมื่อมันสร้าง Bridge เสร็จเราก็พิจารณา Momentum ของแรงว่ามันมีแรงดันไปในทิศทางไหน! ก็ Entry ได้เลยโดยไม่ต้องรอการ Breakout Bridge
.
- Momentum ที่ดี..ไม่ใช่การกระชากของราคา..แต่ Momentum คือ แรงเฉื่อยที่ค่อยๆมีการผลักดันราคาขึ้นมา..การจะมอง Momentum ของราคาออกเราต้องฝึกเทรดจน Master Bridge ซ่ะก่อน
.
- เมื่อ Entry แล้วก็ตั้ง Target Point ( TP ) และ Stoploss เอาไว้...พยายามพิจารณา Risk/Reward ให้เหมาะสม ...ขั้นต่ำคือ 1:1 เพราะ การเทรดด้วย Bridge โอกาสถูกมันเกิน 50 %
.
- TP อาจจะกำหนดไปที่แนวต้าน Bridge ก่อนหน้า..หรือ กำหนดตามสัดส่วนเทียบกับจุด Stoploss เช่น จากกราฟ Stoploss 1 บล็อก ก็อาจจะ Set TP ไว้ 2-3 บล็อก
.
- สิ่งสำคัญของการเทรด Scalping คือ เราต้องรู้จักที่จะเก็บ Stat การเทรดของตัวเองก่อนว่า Model ที่เราใช่มันมี Max.DD , Risk/reward , Winrate เท่าไหร่ ...เมื่อเรารู้ Stat ของตัวเองเราก็ควรจะ Set Money Management ให้เราสามารถเทรดกับ Model นี้ให้ได้นานที่สุด! ( เช่น เทรดด้วย Bridge ผิดได้ 50-100 ครั้งก็ไม่เจ้ง )
.
------------
2.) Money Management Model ( KZM )
------------
.
Concept ของ KZM หรือ Close system ก็คือ Model ที่อยู่รอดในตลาดได้โดยที่ ไม่จำเป็นต้องเติมเงินเพิ่มเข้าไป และยัง สามารถ Generate Cashflow ออกมาได้อย่างสม่ำเสมอ.. ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ การวาง Money Management ที่ทำให้เราไม่มีวันตายออกไปจากตลาดนั้นเอง! ( No leverage )
.
Close System แบบปกติที่เรารู้จักกัน คือ การคำนวนเงินทุน..จากนั้นก็ set zone ซื้อ-ขาย ตามระดับราคาที่เหมาะสม ( เหมาะสม?? ก็ขึ้นอยู่กับเงินทุนของเรา..และการแกว่งตัวของ Product )
.
- การประยุกต์ใช้ Bridge เข้ามาใน Kzm ก็คือการวาง Zone ซื้อตามแนว Bridge เดิมของราคานั้นเอง... หรือ ...
.
- เราจะเข้าซื้อ..ก็ต่อเมื่อ เกิดการสร้าง Bridge ใหม่ขึ้นมาเท่านั้น ... เช่น ราคาลงเป็น Downtrend เราจะไม่เข้าไปซื้อถ้ายังไม่เกิด Bridge!!
.
- การเทรด Kzm ตามแนว Bridge สิ่งสำคัญคือ เมื่อเราวางเงินไว้ทั้งหมดแล้ว..เรารู้กระสุนที่เราสามารถเทรดหรือรับของได้ทั้งหมดแล้ว..ถ้ามันหลุด Zone หรือ กระสุนเราหมด! เราก็ต้องรู้จัก " หยุด " อย่าไปฝืน!
.
- การเอา Bridge เข้ามาประยุกต์ใช้กับ Kzm model มันจะทำให้การวาง Zone มีประสิทธิภาพมากขึ้น..ช่วยลด Drawdown ของ Model ได้ดี...
.
------------
3.) Option Model
------------
.
การประยุกต์ใช้แนว Bridge กับ Option ... คือ การที่เราใช้ Bridge เป็นแนวในการ ซื้อ-ขาย Option!
.
- เมื่อเรามอง Product หนึ่งๆว่ามัน UnderValue สิ่งที่เราต้องทำคือ การเข้าไปซื้อ Long call option ... ถึงมันจะถูกมาก! แต่เราก็ไม่รู้ว่า..ราคามันจะลงไปอีกขนาดไหน การใช้ Option มันก็คือการ Limit Risk นั้นเอง
.
- แล้วเราจะซื้อ Option ตอนไหนหล่ะ!? : ราคาของ Option มันแปรผันตาม Volatility ดังนั้น แนว Bridge เป็น แนวที่มี Volatility ต่ำ...ทำให้ ราคาของ Option อยู่ในราคาที่เหมาะสม! ( เปิด Long call option เมื่อเกิด Bridge )
.
- Strike price สำหรับ Call option เราควรจะพิจารณาตามแนวต้าน Bridge เดิมที่ Out of the money ... การที่เรา Set Strike price ไปที่แนว Bridge เพราะ ณ.ระดับราคานั้นๆ มันมีแรงจูงใจที่จะถูก Drive ไปให้ถึง...มันจะทำให้เราได้ใช้ประโยชน์จาก Gearing เมื่อราคาวิ่งเข้าใกล้ Strike Price !
.
-------------
4.) Swing Trade Model
------------
.
คือการ เล่น Swing รอบแนวแกนของ Bridge! ... แนว Bridge คือแนวที่ ต้นทุนของคนส่วนใหญ่ในตลาดมากองรวมกัน!! ดังนั้น บางครั้งการ Swing ตัวออกจากแนว Bridge ก็เผื่อออกไปกิน Stoploss ของอีกฝั่ง..จากนั้นราคาก็จะ Drive กลับมาที่แกนกลางของ Bridge เช่นเดิม
.
- การเล่นแบบ Swing เล่น Bias หน้าเทรดตาม Trend หรือ ตาม Macro view ของ Product นั้นๆ
.
- แบ่งไม้เปิด Position ตามแนวการเหวี่ยงตัวของ Swing ! ... หากราคาวิ่งกลับมาทางที่เรามองก็แบ่งปิด Position ตามแนว Swing ! เช่นกัน
.
- หากผิดทางต้องหยุด! !
.
การเล่น Swing trade แบบนี้เราต้องมี ประสบการณ์ ถ้าเราไม่ Master Bridge จริงๆเราจะไม่สามารถแยกแยะออกว่า... Bridge ไหนควรจะเล่นแบบ Swing .. Bridge ไหนควรจะเล่นแบบ ปกติ!
.
------------
#mudleylivebyJatuphon













credit:พี่ต้าน Mudley Group
เรียบเรียงและสรุปโดย : Jatuphon Tungsiriwattanawong
ขอขอบคุณ :พี่ตะวัน Road To Trader Group

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26, มีนาคม 2017, 03:09:20 PM โดย Ball Aphiwat »

Re: รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge (6 Part)

« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 26, มีนาคม 2017, 03:06:41 PM »
*** Learning & Sharing ***
----------
MudleyLive [ panot ไดอารี่ 15-31 Mar 2015 ]
-------------
** Bridge the Series Part 4 **
--------------
** นัยสำคัญของ Bridge **
-------------
.
ให้ความสำคัญกับ Bridge ที่อยู่ใน Time Frame ใหญ่ๆมากกว่า Time Frame ย่อย เช่น Bridge (Day) : การที่ใครบางคนกำลังพยายาม Manipulate ราคาให้อยู่ ณ.ระดับราคานั้นๆ เป็นเวลานาน(1-2) วัน..มันจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลในการ Manipulate... ทำให้แต่ละ Bridge ที่เกิดขึ้นใน Time Frame ใหญ่...มักจะมีนัยสำคัญเสมอๆ ต่างกับ Bridge รายนาทีที่มันจะมี Noise ค่อนข้างเยอะ!!
.
ดังนั้น การเทรดด้วย Bridge ที่ดีต้องเริ่มจากการมอง Bridge ใน Time frame Day ก่อน..ว่ามันกำลังฟอร์มตัวไปในทิศทางไหน..จากนั้นค่อยเข้าไปหาจังหวะเทรดใน Time Frame ย่อย ( 1 Hr. 30 min. 15 min. )
.
------------
** Scalper Bridge **
------------
.
ในฐานะ Scalper หากไม่มี Bridge ไม่เทรดแน่นอน..เพราะ มันยังไม่เกิดความชัดเจน...การเทรดเราต้องรู้จัก"รอ"ให้เกิดจังหวะที่เราได้เปรียบก่อนเสมอ!!
.
บ่อยครั้งที่เราไม่สามารถหยุดรอจังหวะเทรดได้..เพราะ..คนส่วนใหญ่มักจะโดน Drive Emotion ได้ง่าย..กลัวตกรถบ้างหล่ะ..กลัวขายหมูบ้างหล่ะ..!
.
ดังนั้น ถ้าไม่มี Pattern Bridge เกิดขึ้นเราก็ไม่เทรด!! ..การไป Follow ราคาตอน Breakout เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่.."ตัวเรามีโอกาสที่จะเป็นไม้สุดท้ายเสมอ"
.
นอกจาก..รอจังหวะให้เกิดแนว Bridge แล้วสิ่งสำคัญของ Scalper คือ..รู้จักเลือกสงครามที่เราได้เปรียบ! ก่อนจะเปิด Position ทุกครั้งต้อง พิจารณา Risk/Reward ก่อนเสมอ! ( Bridge ใกล้กันมันก็ไม่น่าเทรด )
.
** Bridge เป็น Model ที่ให้ Risk/reward สูง!! เพียงแต่เราต้อง Stable มันให้ได้
.
-------------
**trick**
------------
.
- การเทรดด้วย Bridge ไม่จำเป็นต้องดูข่าว! เพราะ พวก Floor เวลาเทรดก็ไม่มีเวลาดูข่าว เหมือนกัน!
.
- ในบางครั้งถ้าเราเทรดด้วย Bridge Day แต่ราคายังวิ่งไปไม่ถึง Target point ...แต่มันเกิดการสร้าง Bridge ใน 1 Hr. เราก็อาจจะ Take Profit ออกมาก่อนก็ได้ ...ถ้าพอร์ตเรายังเล็กการเก็บ Buffer ให้ได้ก่อนเป็นสิ่งสำคัญ! แต่ถ้าเรามี Buffer เยอะแล้วการถือกินระยะก็จะทำได้ง่ายขึ้น!
.
- การ Take Profit หากเราตั้ง Target Point ไว้ที่แนวต้าน Bridge ก่อนหน้า! สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้จักที่จะแบ่ง Take position ก่อนถึงแนว Bridge เพราะ! เทรดเดอร์ใน Fund ที่ใช้ Bridge เค้าก็เห็นเหมือนเรา เค้าก็จ้องที่จะ Take position เหมือนเรานี่หล่ะ!
.
------------
** การฝึก Bridge **
-----------
.
การเทรดด้วย Bridge ถ้าไม่มีการ "ฝึกซ้อม" มันก็ไม่มีทางที่จะเทรดได้ดีได้หรอก! เทรดเดอร์ไม่ต่างอะไรกับนักกีฬา..ถ้าไม่ซ้อม..ไม่ฝึกฝน..ก็แพ้!
.
เทรดเดอร์ของ Fund United trader( UT ) มีการกำหนดให้เทรดเดอร์ ต้องฝึกเทรดด้วย Bridge อย่างเดียวขั้นต่ำ วันละ 6 Hr. ! ซึ่ง ก็จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึงจะ Master Bride ได้!
.
ถ้าเราอยากเก่งเราก็ต้องฝึก! ถ้าเราอยากเก่งกว่าคนอื่นเราก็ต้องฝึกมากกว่าคนอื่น!!
.
-------------
** Step การฝึก **
------------
.
1.) เริ่มจากการมองหา Bridge ใน Time Frame Day
.
2.) Zoom ย่อยเข้ามาหาจังหวะเทรดใน 1 Hr.
.
3.) มองหา Bridge ที่สมบรูณ์
.
4.) Bet ใน Bridge ที่ Risk/reward <= 1
.
5.) เก็บ Stat การเทรด!
.
6.) ถ้าเราฝึก Bridge เกิน 250 Hr. เราก็จะเริ่มเห็นอะไรบางอย่าง..เริ่มเข้าใจ Model มากขึ้นๆ
.
------------
#MudleylivebyJatuphon


credit:พี่ต้าน Mudley Group
เรียบเรียงและสรุปโดย : Jatuphon Tungsiriwattanawong
ขอขอบคุณ :พี่ตะวัน Road To Trader Group


Re: รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge (6 Part)

« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 26, มีนาคม 2017, 03:13:31 PM »
*** Learning & Sharing ***
------------
MudleyLive [ panot ไดอารี่ 15-31 Mar 2015 ]
-------------
** Bridge the Series Part 5 **
------------
** Square Position **
-----------
.
Square Position : คือ การเปิด Order สวนทางกับ Order ที่เรามีอยู่แล้ว เช่น เรา Long ทอง แล้วมันผิดทาง...เราก็ไป Sell ทอง ด้วยจำนวน lots ที่เท่ากัน!
.
การ Square Position ...มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการ ปิดPosition หรือ Stoploss.. เพียงแต่..สำหรับคนที่ยังไม่ Master Mind และ ยังไม่ Master Bridge การเทรด Bridge ในช่วงแรกอาจจะโดน Stoploss บ่อยๆ ซึ่ง การโดน Stoploss บ่อยๆมันทำให้ Mental เราพังได้!!
.
ดังนั้นการ Square position อีกทางเลือกหนึ่งเมื่อมันผิดทาง..แต่!! การเทรดแบบ square position มันซับซ้อนกว่าการ Stoploss ...คนจะใช้ Square ได้ดีก็ต้องมีการฝึก..มีประสบการณ์ ( พอร์ต Demo ก็มีให้ใช้ทำไมเราไม่เคยที่จะฝึกกันจริงๆจังๆ )
.
------------
**ตัวอย่างการ Square position**
------------
.
1.) เราเข้าไป Scalping ด้วย Bridge แล้วมันผิด! ( เปิด Short แล้วมันเด้ง! )
.
2.) เปิด Square Position เมื่อมันผิดทาง!( เปิด Long เพื่อ Lock loss ) ... จะ Square ตรงไหนก็ขึ้นอยู่กับ Model ของเรา..ห้าม Square เกิน Buffer ที่เรามี!!
.
3.) หากราคาวิ่งขึ้นไปสร้างแนว Bridge ใหม่..เราก็สร้างปิด Long ที่เรา Square ไว้..เพื่อเอา Cashflow มาลดต้นทุนของ Short position !
.
4.) ถ้าราคามันตีกลับลงมาเราก็จะสามารถ Cover loss ได้เร็วขึ้น!! แต่ถ้าราคาไม่ลงเราก็ต้องทำ Square อีกครั้งเพื่อปรับต้นทุน... ( การทำ Square position เราต้องรู้จัก Adjusted ต้นทุนให้เป็น )
.
5.) การใช้ square position ในการแก้พอร์ต..สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ Global Macro ของ Product นั้นๆ ถ้า Position ของเรามันสวน Global Macro การแก้พอร์ตอาจจะยิ่งทำให้มันแย่ขึ้นไปอีก!
.
ปล. เทคนิคการ Square position ทำได้หลากหลายขึ้นอยู่กับ สถานการณ์...! การแก้พอร์ตขอแค่ Cover loss ได้ก็ดีแล้ว..ถ้าเราโลภสุดท้ายเราก็จะแก้พอร์ตไม่ได้!
.
------------
**ปัญหาของคนที่เทรด Bridge**
------------
.
ปัญหาอย่างหนึ่ง..ของคนที่เทรด Bridge หรือ เทรดด้วย Model อะไรก็ตามแล้วไม่ Success คือ คนเหล่านั้นไม่สามารถ Control ความโลภ ของตัวเองได้!! (คิดจะเอาแต่ได้..สุดท้ายเราก็จะเสียทุกอย่างไป)
.
คนส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจ..ในทางเลือกที่..ตัวเองจะต้องได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุดเสมอ! ถ้าเราเป็นคนที่มองแต่ Maximize Return เหมือนกับ คนส่วนใหญ่ แล้วเราจะได้ Maximize return จริงๆหน่ะเหรอ!?
.
การเทรดมันคือ Compettitive Game ..ถ้าเราเลือกที่จะ Take แค่ Average ในท้ายที่สุดแล้วเราก็จะได้ Maximize Payoff ตามหลักของ "Game Theory "
.
เพราะ เมื่อไหร่ที่เรากำลังเล่นอยู่มนเกมส์ของการแข่งขัน..คนส่วนใหญ่ในเกมส์มักจะตัดสินใจให้ตัวเองได้ Maximize Return (โอกาสเกิดขึ้นยาก! )
.
ดังนั้น หากเราตัดสินใจแค่ Average ( โอกาสเกิดขึ้นง่าย! ) เราก็จะได้เปรียบคนอื่น...
.
** ลองเลือกที่จะ Take profit ในจุดที่เป็น Average ดูบ้าง...สุดท้ายเราก็จะเป็นคนที่ได้ Maximum Return เองหน่ะแหละ **
.
------------
** Triangle Bridge **
------------
.
เป็น Pattern Bridge ที่เกิดขึ้นได้ยาก..การเกิด Pattern แบบนี้มันแสดงให้เห็นว่ากำลังมี Big player เข้ามาสะสมหุ้นตัวนั้นๆ....เราต้องเก็บหุ้นตัวนี้ไว้ใน Watch list!
.
ปล. เทรด Bridge ตรงอย่างเดียวให้ Master ให้ได้ก่อนค่อยไปสนใจ Bridge อื่น!! เราต้องรู้จักฝึก พื้นฐานให้แน่นก่อน ไม่งั้นเราก็จะต่อยอดไม่ได้!
---------------
#mudleylivebyJatuphon








credit:พี่ต้าน Mudley Group
เรียบเรียงและสรุปโดย : Jatuphon Tungsiriwattanawong
ขอขอบคุณ :พี่ตะวัน Road To Trader Group

Re: รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge (6 Part)

« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 26, มีนาคม 2017, 03:16:54 PM »
*** Learning & Sharing ***
-----------
MudleyLive [ panot ไดอารี่ 15-31 Mar 2015 ]
-------------
** Bridge the Series Part 6 **
------------
**พื้นฐานของการฝึก**
-----------
.
1.) เทรดเดอร์ไม่ต่างอะไรกับนักกีฬาต้องมีการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ..การอ่าน หรือ การเรียนรู้จากคนอื่นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ตัวเราพัฒนาขึ้นไปได้!
.
2.) พยายามเอาพื้นฐานทักษะที่เราฝึกฝนจนชำนาญ..มาประยุกต์ให้มันดีขึ้นในแบบของเราให้ได้!
.
3.) การทำสิ่งเดิมๆซ้ำๆแน่นอนหล่ะมันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ..แต่การทำอะไรซ้ำๆสุดท้าย..เราก็จะ Master มันได้! เราจะอดทนทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้..ได้รึเปล่าหล่ะ!
.
4.) สิ่งที่เราจะได้จากการฝึก Bridge ซ้ำๆกันเป็นเวลานานคืออะไร!? ... มันก็คือ การมองเห็น Momentum ของราคา...เราจะมองเห็นโอกาสว่า..การเกิด Bridge ครั้งนี้ มันมีโอกาสที่จะไปทางไหนมากกว่ากัน! ( Momentum ในแต่ละ Product ก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไป )
.
5.) ในเกมส์การเทรด..การรู้ทิศทางไม่ใช่เรื่องที่สำคัญเลย..คนเราไม่สามารถที่จะไป Predict อนาคตอะไรได้อยู่แล้ว..สิ่งสำคัญคือ กลยุทธ์ ที่เราคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกต่างหาก! ...หากเรามัวแต่ยึดติดกับ"ทิศทาง" เราก็ไม่มีทางที่จะเห็นอะไรอย่างอื่นได้หรอก! การเทรดมันมีอะไรมากกว่าแค่ ขึ้น! กับ ลง!
.
------------
**ความจริง + ความฝัน**
-----------
.
เทรดเดอร์ต้องรู้จักแยกแยะระหว่าง..ความจริง กับ เป้าหมายในฝัน! ในแง่ของการเทรด..เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักจะสุดโต่งเกินไปที่จะต้องเลือกระหว่าง การ Take profit หรือ Runtrend !
.
แต่ละอย่างมันก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน ..เราสามารถประยุกต์ทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกันได้หนิ!
.
ในบางครั้งเราก็ต้องเลือกที่จะคว้าอะไรที่เราจับต้องได้เอาไว้ก่อน( Take Profit บางส่วน ) ...ส่วนเป้าหมายในฝัน มันจะไปถึงรึเปล่า..ก็อีกเรื่องมันเป็นเรื่องของ อนาคต!
.
ในแง่ของ Game Theory ...เมื่อคนส่วนใหญ่มักเลือกที่จะสุดโต่งเกินไป..เพราะ อยากได้ แต่ Maximize return ..สุดท้าย..มันก็ทำให้คนที่รู้จักแยกแยะระหว่าง ความจริง+เป้าในฝัน...จะกลายเป็นคนที่ Action ในจุดที่ดีที่สุดตาม Game theory
.
------------
** การทำ Kzm ตามแนว Bridge **
------------
.
1.) ถ้าเรามีสายป่านที่ยาวพอ..เราก็สามารถวาง Zone ตามแนวรับ-แนวต้านของ Bridge เดิมได้! แต่ ถ้าเราไม่มีเงินมากขนาดนั้น สิ่งสำคัญคือ คำนวนกระสุนที่เราสามารถเทรดได้! แล้วรอ..จนกว่ามันจะสร้าง Bridge ใหม่ขึ้นมา!
.
2.) เมื่อซื้อตามแนว Bridge แล้วสิ่งสำคัญคือ! อย่าให้ Order ที่เราเข้าแต่ละครั้งมัน ซ้ำ Zone กัน...
.
3.) ก่อนจะวาง Zone ตั้งรับตามแนว Bridge เดิม..อย่าลืมพิจารณาว่า Bridge นั้นๆ ถูกทำลายไปแล้วรึยัง!
.
4.) การ Roll over ใน Tfex ไม่ค่อยส่งผลกระทบต่องการทำ Kzm model เท่าไหร่..หากเราเล่นหน้า Long เป็นหลัก! เพราะ สัญญาระยะไกล..มักจะมี Discount อยู่เสมอๆ
.
5.) การวาง Zone ตามแนว Bridge มันง่าย...แค่เรารู้จักการวาง Money Management แบบ Close system ! เราก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ Stat เลย...ต่างกับการ Scalping...เราจะต้องมีการเก็บ Stat ของ Model ก่อนเสมอ
.
------------
** Bridge Scalper **
-----------
.
หลายคนมักจะมีความเชื่อว่า..การเป็น Scalper จะต้องเข้าด้วย Position หนักๆ แล้วออกเร็ว..การจะทำอย่างนั้นได้..สิ่งสำคัญคือ การเก็บ Stat!
.
การจะเทรด Scalping ตาม Bridge สิ่งสำคัญคือ การเก็บ Stat ของตัวเองก่อน..อาจจะใช้ Demo Port หรือ Micro Port ก็ได้! ..เราต้องรู้ Risk/reward ..winrate..Max.Drawdown! ของ Model ก่อน
.
หากเราเก็บ stat จนมัน Stable แล้วการจะไปเล่น Leverage มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด! ..ใช้ Leverage ตาม Max.Drawdown ของ Model เรา..ถ้าเราทำมันได้ดีพอร์ตเราก็จะโตขึ้นไปได้เอง
.
-------------
**เทรด Bridge แล้วโดน ตลอด..!**
------------
.
1.) เราต้องเริ่มจาก Basic ก่อน...การเทรด Bridge ของเรา..เราได้เริ่มมองจาก Bridge Day ก่อนรึเปล่า? ... การเทรด Bridge ใน Time Frame Day มันมีโอกาสที่จะถูก..และได้ ระยะ มากกว่า!
.
2.) เราต้องเริ่มจากกาารอ Confirm..ด้วยการ Breakout Bridge ก่อนแล้วถึงจะ Follow! ..เมื่อมีการ Breakout Bridge มันมีโอกาสที่จะ Drive ไปในทิศทางนั้นสูงมาก! ( การเข้าก่อนการ Breakout ด้วยการดู Momentum ของราคาเราต้อง ฝึก! )
.
------------
#mudleylivebyJatuphon


credit:พี่ต้าน Mudley Group
เรียบเรียงและสรุปโดย : Jatuphon Tungsiriwattanawong
ขอขอบคุณ :พี่ตะวัน Road To Trader Group

Re: รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge จากพี่ต้าน Mudley Group (6 Part)

« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 05, เมษายน 2017, 10:14:23 AM »
ขอบคุณครับ  (TH)** (TH)** (TH)** (TH)** (TH)**

*

ออฟไลน์ ManKP

  • *
  • 3
  • 0

Re: รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge จากพี่ต้าน Mudley Group (6 Part)

« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 31, กรกฎาคม 2018, 12:30:11 PM »
: D

*

ออฟไลน์ trp77

  • **
  • 211
  • 2
  • รอดได้ กำไรจะตามมาเอง

Re: รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge จากพี่ต้าน Mudley Group (6 Part)

« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 10, พฤศจิกายน 2018, 12:41:07 PM »
ขอบคุณครับ  ็Hea** ็Hea** ็Hea**


*

ออฟไลน์ natfx

  • **
  • 195
  • 11

Re: รวบรวมความรู้เรื่อง Bridge จากพี่ต้าน Mudley Group (6 Part)

« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 11, พฤศจิกายน 2018, 10:34:56 AM »
ขอบคุณครับ
วินัย-MM-TREND-R/S

Tags:
 

เครื่องมือเทรด Forex

ข่าว Forex กราฟ Forex EURUSD GBPUSD GBPJPY ตารางข่าว Forex

เครื่องมือเทรดทองคำ

ราคาทอง วันนี้ ราคาทอง ย้อนหลัง SPDR ล่าสุด กราฟราคาทองคำ วิเคราะห์ ราคาทอง ข่าว ราคาทองคำ ข่าว ราคาน้ำมัน

โบรคเกอร์ Forex

XM Exness FBS Nordfx Pepperstone Land-FX Admiral Markets

Tickmill