หากนักลงทุนรู้จักการลงทุนสินทรัพย์ถูกประเภท จะทำให้การลงทุนนั้นเป็นไปอย่างมั่นคงแม้ว่าเกิดวิกฤตการณ์ใดๆ ไม่ส่งผลหรือมีผลกระทบต่อมูลค่าสินทรัพย์นั้นน้อยที่สุด ในปัจจุบันทองคำแท่ง 96.5% และทองรูปพรรณ 96.5% เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนจำนวนมากที่ต้องการครอบครองไว้ เพราะราคาทองทั้งสองแบบมีการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะเป็นทุนสำรองสำคัญในอนาคต แต่การลงทุนทองแต่ประเภทนั้นมีการซื้อขายและสร้างผลตอบแทนแตกต่างกันออกไป หากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่ ลองมาทำความรู้จักเรื่องสำคัญเกี่ยวกับทองคำแท่ง 96.5% และทองรูปพรรณ 96.5% ในบทความนี้กัน
ทำความรู้จักทองคำแท่ง 96.5% และทองรูปพรรณ 96.5%
ทองคำแท่ง 96.5% คืออะไร
ทองคำแท่ง 96.5% คือ ทองที่ขึ้นรูปออกมาเป็นลักษณะแท่งสี่เหลี่ยมหรือบล็อคสี่เหลี่ยม โดยมีน้ำหนักตั้งแต่น้อยกว่า 1 บาท ไปจนถึงน้ำหนักหลายสิบบาท ในปัจจุบันทองคำแท่งที่สามารถซื้อได้ตามร้านทองต่างๆ มีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 96.5% ที่เป็นมาตรฐานทองไทย นิยมขายเป็นหน่วยบาท เพราะมีส่วนผสมเนื้อโลหะเพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการขึ้นรูปทองคำและจับต้องได้ ทำให้ไม่นิยมใช้ทองคำบริสุทธิ์สูง 99.99 % ซึ่งราคาซื้อขายมีความแตกต่างกันในแต่ละวันตามอ้างอิงสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย
ต้นทุนการลงทุนทองคำแท่ง 96.5% นั้น แบ่งได้ 2 ประเภท
1. ทองคำแท่งแบบไม่มีค่าบล็อค
ทองคำแท่งแบบไม่ค่าบล็อค คือทองคำที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 5 บาทขึ้นไป จนถึงน้ำหนักหลายกิโลกรัม ไม่มีลวดลายสวยงาม มีเพียงแค่โลโก้ของร้านเท่านั้น ทองคำประเภทนี้นิยมซื้อมาลงทุนหรือเก็บไว้
2. ทองคำแท่งแบบมีค่าบล็อค
ทองคำแท่งแบบมีค่าบล็อค คือทองคำที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 5 บาท เช่น 4 บาท 1 สลึง หรือ 1 กรัม เป็นต้น หรือมีลวดลายต่าง ๆ เช่น ลวดลายสัตว์เพื่อความสวยงาม ซึ่งเหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญให้กับผู้ใหญ่หรือคนรัก
ข้อดีของทองคำแท่ง 96.5%
1. ไม่เสียค่ากำเหน็จในการซื้อขาย แต่เป็นลักษณะของส่วนต่างราคาซื้อขายที่สามารถเห็นได้ในแต่ละวัน
2. กำไรจากการลงทุนทองคำ ไม่ต้องเสียภาษี
ข้อเสียของทองคำแท่ง 96.5%
1. มีต้นทุนในการเก็บรักษา
2. สวมใส่ไม่ได้เหมือนเครื่องประดับ
3. ไม่มีเงินปันผลหรือดอกเบี้ยใดๆ
ทองรูปพรรณ 96.5% คืออะไร
ทองรูปพรรณ 96.5% คือทองที่นำมาทำเครื่องประดับเพื่อสวมใส่ที่เราสามารถเห็นได้ตามร้านค้าทองทั่วไป เช่น สร้อยคอ แหวน ต่างหู กำไรข้อมือ กำไรข้อเท้า เป็นต้น นิยมซื้อสวมใส่เพื่อความสวยงามแสดงถึงฐานะทางสังคมหรือเป็นของขวัญต่างๆ ซึ่งในทองรูปพรรณนั้นมีค่ากำเหน็จหรือค่าขึ้นรูปทองโดยทั่วไปอยู่ที่ 600 – 1,200 บาท ต่อบาททองคำ ทำให้เวลานำทองไปขาย จะได้ราคาขายคืนต่ำกว่าราคาที่ซื้อ เพราะไม่ได้รวมค่ากำเหน็จและถูกหักค่าน้ำหนักน้ำประสานทองที่เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมรอยต่อของทองรูปพรรณด้วย ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในการลงทุนเท่าไร ในปัจจุบันทองรูปพรรณมีความบริสุทธิ์ให้เลือก 2 แบบ คือ 96.5% และ 99.99% (แต่ไม่ได้รับความนิยม)
ข้อดีของทองรูปพรรณ 96.5%
1. ราคาเริ่มต้นจับต้องได้ ตั้งแต่หลักพันขึ้นไปจนถึงหลักหมื่น
2. ซื้อเก็บไว้เพื่อออมในการลงทุนได้
3. ใช้สวมแสดงฐานะทางสังคมและความสวยงามได้
ข้อเสียของทองรูปพรรณ 96.5%
1. เสียค่ากำเหน็จเวลาซื้อและไม่ได้ค่ากำเหน็จเวลาขาย
2. ไม่มีเงินปันผลหรือดอกเบี้ยใดๆ
3. เวลาขายถูกหักค่าน้ำสานประสานทอง ประมาณ 5% ของราคาขาย
4. ถูกหักค่าน้ำหนักทองเมื่อเกิดการสึกหรอ
5. เมื่อขายคืนต่างร้านโดนกดราคาสูง
ทองคำแท่ง 96.5% และทองรูปพรรณ 96.5% มีน้ำหนักเท่ากันไหม
นอกจากความแตกต่างทองคำแท่ง 96.5% และทองรูปพรรณ 96.5% ที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว สิ่งที่หนึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ น้ำหนักของทองทั้งสองอย่างนั้นไม่เท่ากัน โดยใน 1 บาทของทองคำแท่งอยู่ที่ 15.244 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาทนั้น น้ำหนักอยู่ที่ 15.16 กรัม เนื่องค่าน้ำประสานทองและการขึ้นรูป สำหรับเรื่องโลหะที่ผสมเข้ากับทองคำเพื่อความแข็งแรงและได้วัตถุประสงค์ในการใช้งานหรือได้สีที่ต้องการ ได้แก่ ทองคำ นิกเกิล เงิน สังกะสี ผสมในอัตราที่แตกต่างกัน ตามสูตรของผู้ผลิตทองรูปพรรณ
ความแตกต่างทองคำแท่ง 96.5% และทองรูปพรรณ 96.5% ในด้านสร้างกำไรในอนาคต
- ทองคำแท่งมีราคาถูกกว่าทองรูปพรรณ เพราะไม่มีค่ากำเหน็จ แต่จะมีค่าบล็อคหรือค่าพรีเมียม ซึ่งมีราคาถูกกว่าค่ากำเหน็จ
- เมื่อขายทองรูปพรรณจะถูกหักค่าการสึกกร่อนและค่าน้ำประสานทอง เพราะส่วนใหญ่นำมาใช้เป็นเครื่องประดับ จึงทำให้ราคาที่รับซื้อทองรูปพรรณคืนที่ร้านทองนั้นจะถูกหัก 5% จากราคาทองคำแท่งรับซื้อคืนประจำวันที่สมาคมประกาศตามหน้าร้านท้องหรือเว็บไซต์ ณ วันนั้นๆ
- น้ำหนักไม่เท่ากันเมื่อเทียบกับ 1 บาท โดยทองคำแท่งมีน้ำหนักอยู่ที่ 15.244 กรัม และทองรูปพรรณมีน้ำหนักอยู่ที่ 16 กรัม
ความแตกต่างทองคำแท่ง 96.5% และทองรูปพรรณ 96.5% ในด้านสร้างกำไรในอนาคต
ในการลงทุนทองคำนั้น เราสามารถลงทุนได้ทั้ง 2 แบบ ขึ้นอยู่กับความพอใจของนักลงทุนและวัตถุประสงค์การใช้แต่ละบุคคล ว่าต้องการเก็บออมในรูปแบบใด หากซื้อเพื่อการลงทุนสร้างกำไรในอนาคต การลงทุนทองคำแท่ง 96.5% จึงตอบโจทย์มากกว่าทองรูปพรรณ 96.5% แต่หากซื้อมาเพื่อสวมใส่และต้องการเปลี่ยนรูปแบบในการออมเงิน การลงทุนทองคำรูปพรรณ 96.5% จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน
อย่างไรก็ตามหากคุณคิดจะลงทุนทองคำแท่ง ก่อนลงทุนทุกครั้งเราแนะนำให้ดูราคาทองวันนี้ล่าสุดให้ดีเสียก่อน จะได้วิเคราะห์แนวทางต่อไปได้
















