ราคาทองคำร่วงหนัก ทำจุดต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง
สถานการณ์ราคาทองคำและแร่เงินปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงกลางวันของวันพุธ โดยราคาทองคำร่วงลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ในขณะที่ราคาเงินทำสถิติต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ การเทขายอย่างหนักนี้เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) หรือรายงานอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเกินคาด ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความกังวลเกี่ยวกับสภาวะเงินเฟ้อที่อาจรุนแรงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง
วิเคราะห์ปัจจัยกดดัน: ตัวเลขเงินเฟ้อและผลกระทบต่อแนวโน้มราคาทองคำ
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำส่งมอบเดือนเมษายน ร่วงลง 129.00 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 4,879.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาแร่เงินลดลง 2.786 ดอลลาร์ ปิดที่ 77.08 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 0.7% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ที่ 0.3% และถือเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 7 เดือน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปพุ่งแตะระดับ 3.4% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และกดดันการลงทุนในตลาดทองคำอย่างหนัก
จับตาท่าทีธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และทิศทางดอกเบี้ย
นักลงทุนต่างจับตาการแถลงข่าวของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าเฟดจะรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและปัญหาเงินเฟ้อท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางอย่างไร ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม และอาจย้ำถึงความจำเป็นในการใช้เวลาเพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้ง ว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและแนวโน้มราคาทองคำในระยะยาวมากน้อยเพียงใด
การวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับตลาดทองคำ
ในแง่ของเทคนิคคอล สำหรับราคาทองคำในตลาดฟิวเจอร์สเดือนเมษายน เป้าหมายการทำกำไรขาขึ้นถัดไปคือการทะลุแนวต้านที่ระดับ 5,248.70 ดอลลาร์ ในขณะที่ฝั่งขาลงมีเป้าหมายในการทะลุแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,670.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกอยู่ที่ 5,000.00 ดอลลาร์ และแนวรับแรกอยู่ที่ 4,837.10 ดอลลาร์ ตลาดมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับราคาทองคำและปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างใกล้ชิด










