ราคาทองคำอ่อนตัว หลังข้อมูลการผลิตสหรัฐแข็งแกร่งกว่าคาด
ตลาดทองคำยังคงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังธนาคารกลางสหรัฐสาขาฟิลาเดลเฟียรายงานว่าภาคการผลิตในภูมิภาคฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนมิถุนายน ข้อมูลดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความยืดหยุ่น และอาจเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด คงท่าทีเข้มงวดด้านนโยบายการเงินต่อไป
ดัชนีภาคการผลิตฟิลาเดลเฟียกลับมาเป็นบวก
รายงานระบุว่า ดัชนี Manufacturing Business Outlook Index เดือนมิถุนายนปรับขึ้นสู่ระดับ 10.3 จากระดับ -4.0 ในเดือนพฤษภาคม และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 9.8 การปรับตัวขึ้นเหนือระดับศูนย์สะท้อนว่ากิจกรรมการผลิตในภูมิภาคกลับมาขยายตัว โดยตัวชี้วัดสำคัญทั้งกิจกรรมปัจจุบัน คำสั่งซื้อใหม่ และการจัดส่งสินค้า ต่างปรับขึ้นและอยู่ในแดนบวก ซึ่งเป็นสัญญาณสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
แรงกดดันจากเฟดยังคงถ่วงตลาดทองคำ
ราคาทองคำเริ่มเสียหลักตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพุธ หลังเฟดส่งสัญญาณผ่านประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ สำหรับทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย แนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักทำให้ความน่าสนใจลดลง โดยเฉพาะเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรและเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
แนวโน้มราคาทองคำที่นักลงทุนต้องจับตา
ทองคำสปอตซื้อขายล่าสุดที่ 4,246.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 0.21% ในวันดังกล่าว นักลงทุนในตลาดทองคำจึงต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชุดถัดไป รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด หากข้อมูลเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง อาจเพิ่มโอกาสที่เฟดจะใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป และทำให้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากสัญญาณเงินเฟ้อชะลอลงหรือเศรษฐกิจเริ่มอ่อนแรง ความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอาจกลับมาหนุนตลาดได้อีกครั้ง
















