ราคาทองคำพุ่งทะยานเหนือระดับ 5,100 ดอลลาร์ หลังตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณวิกฤต
ตลาดทองคำโลกกำลังได้รับแรงหนุนจากโมเมนตัมขาขึ้นครั้งสำคัญ โดยราคาทองคำได้ดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับจิตวิทยาที่ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง การปรับตัวขึ้นในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากความอ่อนแอของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักเศรษฐศาสตร์เริ่มประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Federal Reserve) อาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เพื่อพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ถดถอย
วิเคราะห์เจาะลึก: ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่น่าผิดหวัง
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics) ได้รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวลดลงถึง 92,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของฉันทามติตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 58,000 ตำแหน่ง ความแตกต่างอย่างมากนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดการเงินและการลงทุนทั่วโลก
ในขณะเดียวกัน อัตราการว่างงานก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 4.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.3% ในเดือนมกราคม สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ
ทิศทางราคาทองคำกับสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ ตลาดทองคำต้องเผชิญกับความท้าทายในการหาจุดยืนที่มั่นคง โดยไม่สามารถรักษาแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางก็ตาม อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการจ้างงานที่น่าผิดหวังในครั้งนี้ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาด ส่งผลให้ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ล่าสุดมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 5,128.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1% ในระหว่างวัน ซึ่งนักลงทุนควรจับตาดูท่าทีของเฟดต่อไปอย่างใกล้ชิด
















