ราคาทองคำฟื้นตัว ท่ามกลางวิกฤตสงครามตะวันออกกลางและความตึงเครียดทางการค้า

Gold price, Safe-haven

ราคาทองคำฟื้นตัว ท่ามกลางวิกฤตสงครามตะวันออกกลางและความตึงเครียดทางการค้า

ราคาทองคำและแร่เงินปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงต้นของตลาดสหรัฐฯ วันนี้ โดยถือเป็นการปรับฐานราคาฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์ที่มีความผันผวนอย่างมากสำหรับตลาดโลหะมีค่า เนื่องจากนักลงทุนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างปัจจัยบวกจากแรงซื้อ ราคาทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงคราม และปัจจัยลบจากปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งอาจฉุดรั้งความต้องการซื้อของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ล่าสุด สัญญาทองคำส่งมอบเดือนเมษายนปรับตัวขึ้น 34.40 ดอลลาร์ แตะที่ระดับ 4,410.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาแร่เงินส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.436 ดอลลาร์ แตะที่ 68.375 ดอลลาร์

ปัจจัยหนุนราคาทองคำ: วิกฤตสงครามอิหร่านและราคาน้ำมัน

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันความต้องการ สินทรัพย์ปลอดภัย โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ชะลอเส้นตายการโจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน ท่ามกลางกระแสข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารเพิ่มอีกถึง 10,000 นายไปยังภูมิภาคนี้ ทางด้านอิหร่านยังคงดำเนินการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อ โดยนักวิเคราะห์จาก Macquarie เตือนว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 200 ดอลลาร์หากสงครามลากยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายน

ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ

นอกเหนือจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ตลาด ราคาทองคำ ยังได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งทางการค้าที่กลับมาปะทุอีกครั้ง หลังจากที่จีนได้เริ่มการสอบสวนแนวทางการค้าของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การกระทำที่คล้ายคลึงกันของรัฐบาลทรัมป์ การเคลื่อนไหวของกระทรวงพาณิชย์จีนครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อแสดงจุดยืนก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำระดับประเทศที่คาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ยังคงเปราะบางระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก

ทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟด (Fed)

ในด้านนโยบายการเงิน นาย Michael Barr ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ออกมาส่งสัญญาณในเชิงคุมเข้ม (Hawkish) โดยระบุว่าผู้กำหนดนโยบายของเฟดอยู่ในจุดที่เหมาะสมที่จะคงอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ไว้ที่ระดับเดิม เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้การนำพาอัตราเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ 2% ต่อปีมีความยากลำบากมากยิ่งขึ้น ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปัจจุบันพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 4.45%

วิเคราะห์แนวโน้มและมุมมองทางเทคนิคของทองคำ

ในมุมมองทางเทคนิค เป้าหมายราคาขาขึ้นต่อไปของฝั่งซื้อ (Bulls) สำหรับสัญญาทองคำเดือนเมษายนคือการผลักดันให้ราคาปิดเหนือแนวต้านแข็งแกร่งที่ระดับ 4,750.00 ดอลลาร์ ขณะที่เป้าหมายขาลงระยะสั้นของฝั่งขาย (Bears) คือการกดราคาให้ต่ำกว่าแนวรับทางเทคนิคที่จุดต่ำสุดของสัปดาห์นี้ที่ 4,100.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกอยู่ที่ระดับสูงสุดของคืนก่อนหน้าที่ 4,469.30 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 4,500.00 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับแรกประเมินไว้ที่ 4,369.10 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 4,300.00 ดอลลาร์

Loading

XM Global Limited