ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวลงท่ามกลางความตึงเครียดที่ลดลง
ราคาทองคำและโลหะเงินมีการซื้อขายที่ต่ำลงเล็กน้อยในช่วงเช้าของตลาดสหรัฐฯ โดยราคาโลหะเงินได้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งในช่วงข้ามคืนก่อนที่จะย่อตัวลง ตลาดเริ่มชะลอตัวในช่วงปลายสัปดาห์เนื่องจากความเสี่ยงในตลาดทั่วไปลดลงเล็กน้อย (Risk Aversion) จากกระแสข่าวที่ว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะโจมตีอิหร่านน้อยลง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังออกมากล่าวอย่างชัดเจนว่าจะไม่ปลดนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้สัญญาทองคำส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ล่าสุดลดลง 14.10 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 4,621.50 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินเดือนมีนาคมลดลง 0.36 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 91.055 ดอลลาร์
ทรัมป์ชะลอการโจมตีอิหร่านและยืนยันสถานะประธานเฟด
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำในวันนี้มาจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าเขาอาจระงับการโจมตีอิหร่านในขณะนี้ หลังจากได้รับความมั่นใจจากแหล่งข่าวว่ารัฐบาลเตหะรานจะหยุดสังหารประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการประท้วง ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราได้รับแจ้งว่าการสังหารในอิหร่านกำลังหยุดลง” ซึ่งท่าทีที่เปลี่ยนไปนี้ช่วยลดแรงหนุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำลง ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ยืนยันว่าไม่มีแผนที่จะปลดนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด แม้ว่าจะมีการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของธนาคารกลางก็ตาม โดยเขาระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปผล และยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการใดๆ ในขณะนี้
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและปัจจัยทางเทคนิค
ในทางเทคนิคแล้ว ขาขึ้นของสัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนกุมภาพันธ์มีเป้าหมายราคาถัดไปคือการปิดเหนือแนวต้านแข็งแกร่งที่ 4,750.00 ดอลลาร์ ในขณะที่ขาลงมีเป้าหมายระยะสั้นคือการผลักดันราคาให้ต่ำกว่าแนวรับทางเทคนิคที่ 4,400.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธที่ 4,650.50 ดอลลาร์ และแนวรับแรกอยู่ที่จุดต่ำสุดของวันนี้ที่ 4,584.50 ดอลลาร์ นอกเหนือจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ธนาคารกลางจีนยังส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนอุปสงค์ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากตลาดมีความผันผวนสูง










