ราคาทองคำปรับฐานลงหลังตลาดคลายความกังวลจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ราคาทองคำในตลาดฟิวเจอร์สสัญญาเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวลดลง 3.60 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 4,833.70 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินสัญญาเดือนมีนาคมพุ่งขึ้น 0.918 ดอลลาร์ สู่ระดับ 93.535 ดอลลาร์ การเคลื่อนไหวของ ราคาทองคำ ในวันนี้ได้รับแรงกดดันจากแรงเทขายทำกำไร หลังจากที่นักลงทุนเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) มากขึ้นในตลาดการเงินโลก ปัจจัยหลักมาจากการที่บรรยากาศตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปเริ่มผ่อนคลายลง ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อไปเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ
ทรัมป์ถอยปมภาษีกรีนแลนด์ ดันตลาดหุ้นพุ่งกดดันทองคำ
ตลาดการเงินทั่วโลกถอนหายใจด้วยความโล่งอกและตอบรับในเชิงบวก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศในยุโรปที่เคยคัดค้านความพยายามของเขาในการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ โดยทรัมป์อ้างถึงความคืบหน้าของ “กรอบข้อตกลงในอนาคต” ภายหลังการหารือกับเลขาธิการ NATO มาร์ก รูตท์ ที่การประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ข่าวความคืบหน้านี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดีดตัวขึ้น และทำให้ความต้องการทองคำลดน้อยลง นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงการจัดตั้ง “คณะกรรมการเพื่อสันติภาพ” (Peace Board) เพื่อทำงานร่วมกับสหประชาชาติในการยุติสงคราม ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ลงไปอีกเปราะหนึ่ง
ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังแกร่งและแนวโน้มทางเทคนิคของทองคำ
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Swift ระบุว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงครองความยิ่งใหญ่ในธุรกรรมการเงินโลก โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 50.5% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 ความแข็งแกร่งของดอลลาร์มักจะส่งผลกดดันต่อ ราคาทองคำ ในระยะยาว สำหรับมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำสัญญาฟิวเจอร์สมีเป้าหมายแนวต้านสำคัญถัดไปที่ระดับจิตวิทยา 5,000.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกที่จุดสูงสุดเดิม 4,891.10 ดอลลาร์ ส่วนฝั่งแนวรับ หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,772.70 ดอลลาร์ อาจลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,750.00 ดอลลาร์ ในขณะที่ตลาดน้ำมันดิบมีการซื้อขายต่ำลงที่ระดับประมาณ 59.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล














