ราคาทองคำดิ่งหนักสุดในรอบ 6 ปี เซ่นปมสงครามอิหร่านดันเงินเฟ้อ
ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด นักวิเคราะห์เตือนนักลงทุนให้ระมัดระวังความผันผวนของ ราคาทองคำ เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นกำลังสร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจบีบให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องยุติวงจรการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินและหันมาใช้ท่าทีรอดูสถานการณ์แทน
ตลาดทองคำเผชิญกับความเสียหายทางเทคนิคอย่างหนัก หลังจาก ราคาทองคำ ร่วงลงหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพียงเล็กน้อย โดยปิดสัปดาห์ด้วยการร่วงลงกว่า 8% ถือเป็นการลดลงรายสัปดาห์ที่หนักที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ล่าสุดราคาทองคำสปอตซื้อขายอยู่ที่ 4,584.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แร่เงินร่วงลงเกือบ 14% มาอยู่ที่ 68.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวโน้มทองคำทางเทคนิคและมุมมองนักวิเคราะห์
Kelvin Wong นักวิเคราะห์อาวุโสจาก OANDA ระบุว่าการร่วงลงของราคาในสัปดาห์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยมองว่าการฟื้นตัวก่อนหน้านี้เป็นเพียง “Dead Cat Bounce” และ แนวโน้มทองคำ ในระยะต่อไปอาจเข้าสู่ช่วงขาลงอย่างชัดเจน ด้าน Rob Haworth จาก U.S. Bank Wealth Management ชี้ว่าแรงเทขายทองคำไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเมื่อเทียบกับแรงเก็งกำไรช่วงต้นปี และเตือนว่าอาจมีแรงเทขายเพิ่มหากนักลงทุนที่ซื้อในราคาแพงกว่า 5,000 ดอลลาร์ตัดสินใจตัดขาดทุน
Bernard Dahdah จาก Natixis คาดการณ์ว่า ราคาทองคำ จะแกว่งตัวในกรอบ 4,600-4,700 ดอลลาร์ หากสงครามยืดเยื้อและทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ราคาทองอาจร่วงแตะระดับ 4,000 ดอลลาร์ แต่หากราคาพลังงานกลับสู่ปกติโดยเร็ว ธนาคารกลางอาจกลับมาสะสมทองคำอีกครั้ง ซึ่งจะหนุนให้ราคากลับไปยืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ได้
ปัจจัยเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
แม้ในระยะสั้น แนวโน้มทองคำ จะเผชิญกับแรงกดดันหนัก แต่นักวิเคราะห์อย่าง Ole Hansen จาก Saxo Bank ยังคงเชื่อมั่นในทองคำระยะยาว เนื่องจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักที่ทองคำไม่ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลานี้ คือภัยคุกคามจากเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยราคาพลังงาน
Thu Lan Nguyen จาก Commerzbank กล่าวว่า ตลาดได้ลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของเฟดลงอย่างมาก หลังจากเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดัน ราคาทองคำ ในขณะที่ Michael Brown จาก Pepperstone มองว่าหากเฟดตัดสินใจผิดพลาดด้วยการคงดอกเบี้ยสูงจนเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทองคำจะกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องจับตา
ในสัปดาห์หน้า ตลาดจะจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี S&P PMI ขั้นต้นในวันอังคาร และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินทิศทางของเศรษฐกิจและนโยบายการเงินต่อไป










