ราคาทองคำพุ่งแรงทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์
การลงทุนในตลาดทองคำมีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา โดยราคาทองคำและโลหะเงินพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ปัจจัยหลักมาจากการที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนทิศทางราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ล่าสุด ราคาทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) ส่งมอบเดือนมิถุนายนพุ่งขึ้น 140.60 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 4,827.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาโลหะเงินส่งมอบเดือนพฤษภาคมปรับเพิ่มขึ้น 5.50 ดอลลาร์ แตะที่ระดับ 77.45 ดอลลาร์
ความผ่อนคลายในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก
จากสถานการณ์ล่าสุด สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านต่างเห็นพ้องที่จะยุติการโจมตีชั่วคราวเพื่อเปิดทางสู่การเจรจายุติสงคราม แม้รายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งจะยังมีจำกัด แต่นักลงทุนก็ตอบรับในเชิงบวก ส่งผลให้ตลาดหุ้นและตลาดการเงินทั่วโลกฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลงถึง 13% มาซื้อขายใกล้ระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับน้ำมันดิบ Nymex อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้จะยังคงส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเกิดภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในปีนี้
แนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ และมุมมองทางเทคนิคของตลาดทองคำ
ผลสำรวจจากเฟดสาขานิวยอร์กระบุว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกันคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อระยะสั้นเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ท่ามกลางความกังวลเรื่องราคาอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนทั่วโลกจับตารายงานการประชุม FOMC เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่อาจมีขึ้นในเดือนหน้า ในส่วนของมุมมองทางเทคนิคสำหรับตลาดทองคำ เป้าหมายราคาขาขึ้นถัดไปของกลุ่มกระทิง (แนวโน้มขาขึ้น) คือการผลักดันให้ราคาทองคำทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 5,000.00 ดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งหมี (แนวโน้มขาลง) มีเป้าหมายกดดันราคาให้หลุดแนวรับสำคัญที่ 4,500.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกอยู่ที่ 4,888.00 ดอลลาร์ และแนวรับแรกที่ 4,740.50 ดอลลาร์ ถือเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนต้องติดตามความผันผวนอย่างใกล้ชิด
















