บทวิเคราะห์ข่าวทองคำ: ซีอีโอ Morton Wealth ชี้ทองคำคือ “เงินออม” ไม่ใช่แค่การลงทุน
สำหรับนักลงทุนจำนวนมาก ทองคำ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่เข้าใจยากเนื่องจากไม่สร้างกระแสเงินสด ไม่จ่ายเงินปันผล และไม่สามารถใช้โมเดลการประเมินมูลค่าแบบดั้งเดิมได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับ Jeff Sarti ซีอีโอของ Morton Wealth สิ่งเหล่านี้คือจุดเด่นที่สำคัญที่สุด “ทองคำไม่ใช่การลงทุน แต่มันคือเงินออม” Sarti กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Kitco News “ในระยะยาว จุดประสงค์หลักของการถือครองทองคำคือการเป็นแหล่งกักเก็บมูลค่าที่มั่นคง”
ทองคำคือแหล่งกักเก็บมูลค่าที่ยั่งยืนที่สุด
บริษัทของ Sarti ได้บริหารจัดการพอร์ต การลงทุนทองคำ มาตั้งแต่ปี 2015 แม้ว่าการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของ ราคาทองคำ ในช่วงต้นปีจะสร้างความตื่นเต้นในตลาดอย่างมาก แต่เขากลับมองว่าความผันผวนดังกล่าวทำให้เขารู้สึกกังวล เขาอธิบายว่าบทบาทที่แท้จริงของโลหะมีค่านั้นกำลังถูกเข้าใจผิดอย่างกว้างขวาง โดย Sarti มองว่าทองคำเป็นสุดยอดแหล่งกักเก็บมูลค่าที่อยู่รอดมาได้ในทุกระบบสกุลเงินกระดาษในประวัติศาสตร์ “สกุลเงินสำรองมีเกิดและดับ แต่ทองคำได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำหน้าที่ปกป้องความมั่งคั่งได้ตลอดหลายชั่วอายุคน” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าเขาต้องการเห็นราคาทองคำที่ระดับ 2,500 ดอลลาร์ ไม่ใช่ 10,000 ดอลลาร์ เพราะหากราคาทะยานไปถึงจุดนั้น หมายความว่าระบบเศรษฐกิจโลกกำลังมีปัญหาอย่างหนัก
กลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนในโลหะมีค่าและหุ้นเหมืองแร่
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา Sarti เผยว่าบริษัทของเขามีการถือครองโลหะมีค่าในพอร์ตโฟลิโอ โดยแบ่งเป็นทองคำประมาณ 5-6% และหุ้นเหมืองแร่อีก 2-3% แทนที่จะพยายามจับจังหวะตลาด บริษัทใช้วิธีการปรับสมดุลพอร์ตอย่างมีวินัย และได้เทขายทำกำไรบางส่วนเมื่อราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคม โดยมองว่าหุ้นเหมืองแร่มีความผันผวนสูงกว่าจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน
วิกฤตหนี้สินและนโยบายการเงิน: ปัจจัยหนุนราคาทองคำระยะยาว
มุมมองเชิงบวกระยะยาวต่อ ตลาดทองคำ ของเขามีรากฐานมาจากความกังวลเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับหนี้ของรัฐบาลและนโยบายการเงิน “ในทางเศรษฐศาสตร์ เราล้มละลายไปแล้ว เหตุผลเดียวที่ยังยืนอยู่ได้คือเรามีเครื่องพิมพ์เงิน” แนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการที่ผู้กำหนดนโยบายจะยังคงลดมูลค่าสกุลเงินต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้เป็นเรื่องยากที่ประเทศต่างๆ จะแก้ปัญหาหนี้ผ่านการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
อนาคตของตลาดทองคำเมื่อสัดส่วนการถือครองยังอยู่ในระดับต่ำ
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ Sarti ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนในทองคำ ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก โดยเฉพาะในหมู่นักลงทุนสถาบัน ซึ่งปัจจุบันพอร์ตการลงทุนทั่วโลกมีสัดส่วนการถือครองทองคำน้อยกว่า 0.2% ความจริงข้อนี้บ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบันอาจเพิ่งเริ่มต้นขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานระดับมหภาคมากกว่าการเก็งกำไร สำหรับ Sarti สัญญาณเตือนที่บอกว่าราคาทองคำใกล้ถึงจุดสูงสุดที่แท้จริงคือเรื่องของวัฒนธรรม ไม่ใช่เทคนิค “เมื่อทองคำกลายเป็นกระแสหลักและได้รับการโปรโมทในโฆษณาระดับโลกอย่าง Super Bowl นั่นแหละคือเวลาที่ผมจะเริ่มกังวล” ท้ายที่สุดแล้ว ทองคำจะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับการลงทุนในยุคที่หนี้สินพุ่งสูงและมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ












