J.P. Morgan ปรับเพิ่มเป้าหมาย ราคาทองคำ คาดแตะ 6,300 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026
นักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดระบุว่า ราคาทองคำ (Spot Gold) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีก 22% จากระดับปัจจุบันภายในสิ้นปี 2026 โดยคาดว่าความต้องการที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องจากทั้งธนาคารกลางและนักลงทุนจะผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ทางธนาคารเพื่อการลงทุนรายนี้ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำระยะยาวขึ้นเป็น 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกด้วย
ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก: จีนและคริปโตฯ หนุนตลาด
Natasha Kaneva หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของ J.P. Morgan กล่าวว่า แม้การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำจะไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่แนวโน้มที่ผลักดันราคาให้สูงขึ้นยังไม่สิ้นสุดลง โดยปัจจัยหนุนใหม่ๆ ที่สำคัญมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านประกันภัยของจีนและกลุ่มชุมชนคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้ราคาทองคำยืนเหนือ 5,055 ดอลลาร์ได้ภายในสิ้นปี 2026 รวมถึงเทรนด์ระยะยาวในการกระจายความเสี่ยงของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศและการลงทุนในทองคำยังมีโอกาสไปต่อได้อีกไกล
สถิติความต้องการและการคาดการณ์ราคา
ปัจจัยพื้นฐานอย่างค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ลดลง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญ รายงานระบุตัวเลขคาดการณ์ที่น่าสนใจว่า ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ความต้องการทองคำจากนักลงทุน (ETFs, ฟิวเจอร์ส, ทองคำแท่งและเหรียญ) และธนาคารกลาง รวมกันอยู่ที่ประมาณ 980 ตัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 4 ไตรมาสก่อนหน้าถึง 50%
Gregory Shearer หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์โลหะพื้นฐานและโลหะมีค่า เสริมว่า หากมีการกระจายการถือครองสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ในต่างประเทศเพียง 0.5% มาสู่ทองคำ ก็เพียงพอที่จะเป็นแรงอุปสงค์ใหม่เพื่อผลักดันราคาให้ไปถึง 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ เนื่องจากอุปทานจากเหมืองทองคำมีความยืดหยุ่นต่ำและตอบสนองต่อราคาที่สูงขึ้นได้ช้า ทำให้ความเสี่ยงของตลาดยังคงเอียงไปทางขาขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายราคานี้ได้เร็วกว่าที่คาดไว้
















