สภาทองคำโลกเผย ธนาคารกลางเทขายทองคำสุทธิในเดือนมีนาคม นำโดยตุรกีและรัสเซีย

Gold news, Central bank gold

สภาทองคำโลกเผย ธนาคารกลางเทขายทองคำสุทธิในเดือนมีนาคม

จากข้อมูลล่าสุดของสภาทองคำโลก (WGC) พบว่าภาคส่วนที่เคยก่อให้เกิดความต้องการซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง และเป็นเสาหลักของตลาดทองคำมานานหลายปี ได้เปลี่ยนสถานะมาเป็นฝั่งเทขายในช่วงเดือนสุดท้ายของไตรมาสแรก Marissa Salim หัวหน้าฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ WGC กล่าวว่า “ธนาคารกลางมีการเทขายทองคำสุทธิ 30 ตันในเดือนมีนาคม โดยแรงเทขายหลักมาจากประเทศตุรกี (60 ตัน) และรัสเซีย (16 ตัน) ซึ่งหักล้างกับปริมาณการเข้าซื้อทองคำจากประเทศอื่นๆ จนหมดสิ้น” นอกจากนี้ ข้อมูลรายไตรมาสจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติอาเซอร์ไบจาน (SOFAZ) ยังแสดงให้เห็นถึงการขายสุทธิอีก 22 ตันในไตรมาสที่ 1 อีกด้วย

ประเทศผู้นำการเข้าซื้อและเทขายทองคำสำรอง

ในฝั่งของการเข้าซื้อ ความต้องการที่มากที่สุดยังคงมาจากกลุ่มประเทศเดิมที่ทยอยสะสมทองคำสำรองมาตั้งแต่ปี 2024 โดยธนาคารแห่งชาติโปแลนด์เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในเดือนมีนาคม (11 ตัน) ตามมาด้วยธนาคารกลางอุซเบกิสถาน (9 ตัน) และคาซัคสถาน (6 ตัน) ในขณะที่ธนาคารกลางจีนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 โดยเพิ่มปริมาณการซื้อในเดือนมีนาคมที่ 5 ตัน เมื่อสรุปยอดรวมทั้งไตรมาส โปแลนด์ยังคงเป็นผู้ซื้อทองคำสูงสุดที่ 31 ตัน

ทางด้านผู้ขายรายใหญ่ที่สุดในไตรมาสแรกคือตุรกี โดยปริมาณทองคำสำรองของภาครัฐลดลงถึง 79 ตัน การเทขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ซึ่งธนาคารกลางได้นำทองคำอีก 80 ตันไปใช้ในการทำธุรกรรมสวอป (Swap)

เจาะลึกสถานการณ์ทองคำของธนาคารกลางตุรกี

ปัจจุบัน ธนาคารกลางตุรกีได้เริ่มกลับมาสะสมทองคำสำรองอีกครั้ง หลังจากที่ได้ยกเลิกสถานะสวอปดอลลาร์กับทองคำที่เคยใช้ในช่วงวิกฤตตลาด โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าการถือครองทองคำจริงเพิ่มขึ้นเป็น 730 ตัน ณ วันที่ 17 เมษายน รัฐบาลตุรกีได้เปิดสถานะสวอปทองคำมูลค่าราว 73 ตันในเดือนมีนาคม เพื่อนำสภาพคล่องของเงินดอลลาร์สหรัฐมาจัดการกับปัญหาเงินทุนไหลออก และแทรกแซงค่าเงินลีราตุรกี ก่อนเกิดสงครามอิหร่าน ธนาคารกลางเคยถือครองทองคำเกือบ 830 ตัน แต่ตัวเลขดังกล่าวลดลง 127 ตัน เหลือเพียง 693 ตันเมื่อสิ้นเดือนมีนาคม ภายหลังการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สภาพตลาดเริ่มทรงตัว ทำให้ตุรกีสามารถกลับมาสะสมทองคำได้อีกครั้ง

ผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางต่อทิศทางราคาทองคำ

ความต้องการทองคำของธนาคารกลางยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในตลาดโลหะมีค่า โดยภาคส่วนนี้มีความผันผวนมากขึ้นเมื่อธนาคารกลางหลายแห่ง เช่น ตุรกี ถูกบังคับให้ต้องแปลงทองคำสำรองเป็นเงินตราเพื่อปกป้องเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ตุรกีถือเป็นประเทศที่มีความโปร่งใสที่สุดในการรายงานปริมาณสำรองทางการ โดยยอมรับว่ามีการดึงทองคำสำรองออกมาใช้มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน สงครามที่ดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก เนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะในตลาดพลังงาน ซึ่งกำลังผลักดันให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาทองคำในอนาคต

Loading

Relate Post

XM Global Limited