ผู้จัดการกองทุนชี้ ราคาทองคำร่วงคือจังหวะซื้อสะสม ชูเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
แม้ว่าตลาดทองคำจะดูเหมือนไร้ทิศทางในขณะนี้ โดยราคาทองคำกำลังทดสอบแนวรับระยะสั้นใกล้ระดับ 4,700 ดอลลาร์ แต่ทองคำก็ยังคงเป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงที่สำคัญ โดยผู้จัดการกองทุนระบุว่า นักลงทุนควรมองว่าราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงนี้เป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม
มุมมองต่อตลาดทองคำและการกระจายความเสี่ยง
ในการสัมภาษณ์กับ Kitco News นาย Robert Minter ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ ETF ของ abrdn กล่าวว่า แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงอย่างมากจากจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนมกราคม แต่เขาเชื่อว่านักลงทุนยังคงมองเห็นว่าโลหะมีค่าประเภทนี้เป็นตาข่ายความปลอดภัย (Safety net) ที่สำคัญในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน “มีความเสี่ยงมากมายที่ถูกประเมินผิดพลาดในสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลก” Minter กล่าว “นักลงทุนจึงกำลังมองว่าการลงทุนทองคำเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตโฟลิโอขณะนี้”
การมองข้ามความผันผวนระยะสั้นของราคาทองคำ
Minter กล่าวว่าปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือนักลงทุนตอบสนองต่อความไม่แน่นอนและความผันผวนระยะสั้นมากเกินไป อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเสริมว่าทุกคนควรตัดเสียงรบกวนเหล่านั้นทิ้งไป และมุ่งเน้นไปที่แนวโน้มตลาดทองคำในระยะยาว “หากคุณตอบสนองต่อระยะสั้นมากเกินไป คุณอาจตัดสินใจทิศทางการลงทุนผิดพลาด หากพิจารณาในกรอบเวลา 20 ปี ความสัมพันธ์ของราคาทองคำกับตลาดหุ้นอยู่ที่ประมาณ 0.01 ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะมีความผันผวน แต่ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย”
แรงหนุนจากธนาคารกลางและสถานการณ์ความขัดแย้ง
แม้ราคาทองคำจะถูกเทขายจนน่าผิดหวัง แต่เหตุผลสำคัญที่ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจคือ อุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งมองเห็นว่าการปรับฐานของราคาเมื่อเดือนที่แล้วเป็นจังหวะในการซื้อสะสม “ในเดือนมีนาคม จีนเข้าซื้อทองคำในปริมาณมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025” Minter กล่าว “เราเห็นการย่อตัว 19.2% จากจุดสูงสุดของราคาทองคำ ซึ่งนั่นคือจังหวะช้อนซื้อ ตลาดทองคำยังคงอยู่ในสภาวะที่เอื้อต่อการเข้าซื้อ”
ปัจจัยด้านเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และหนี้สิน
สาเหตุหนึ่งที่ราคาทองคำต้องดิ้นรนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา คือการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย สงครามร่วมระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านทำให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่ง และเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้คาดการณ์กันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ อย่างไรก็ตาม Minter ชี้ว่าการกำหนดราคาสินทรัพย์ในปัจจุบันมีความบิดเบือน ซึ่งสร้างโอกาสให้นักลงทุน
ในระยะถัดไปของตลาดทองคำ ขึ้นอยู่กับว่าตลาดในวงกว้างจะรับรู้ถึงความเสี่ยงที่สะท้อนในราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเต็มที่หรือไม่ Minter เตือนว่าตลาดหุ้นอาจประเมินผลกระทบจากการหยุดชะงักในปัจจุบันต่ำเกินไป และช่วงเวลาแห่งความตื่นตระหนกที่กำลังจะมาถึง จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความต้องการทองคำรอบใหม่ ท่ามกลางปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ระดับหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น ข้อจำกัดด้านพลังงาน และการหยุดชะงักของอุปทานที่จะยังคงอยู่ต่อไป
















