วิเคราะห์ราคาทองคำร่วงหนัก: Frank Giustra ชี้เป็นการ ‘ทุบราคา’ และสัญญาณจุดจบของ Paper Gold
การเทขายครั้งใหญ่ที่สั่นคลอนตลาดโลหะมีค่าและทำให้ราคาทองคำผันผวนอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่การปรับฐานตามปกติของกลไกตลาด แต่เป็น “เหตุการณ์ด้านสภาพคล่อง” (Liquidity Event) และการ “ทุบราคา” (Take Down) ที่มีการคำนวณไว้ล่วงหน้า นี่คือมุมมองของ Frank Giustra เจ้าพ่อวงการเหมืองแร่และ CEO ของ Fiore Group ที่ออกมาเตือนนักลงทุนว่า การครอบงำของราคาทองคำในรูปแบบสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ Paper Gold ที่ดำเนินมานานกว่า 50 ปี กำลังจะสิ้นสุดลงอย่างโกลาหล
ในบทสัมภาษณ์พิเศษกับ Kitco News เขาได้เจาะลึกถึงกลไกของเหตุการณ์ Flash Crash ที่เกิดขึ้น รวมถึงมุมมองต่อโครงการ “Project Vault” ของทำเนียบขาว และเหตุผลที่เขาเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังอยู่บน “เวลาที่ยืมมา” (Borrowed Time) ท่ามกลางความเสี่ยงของการรีเซ็ตระบบการเงินโลกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เบื้องหลังการทุบราคาทองคำในบ่ายวันศุกร์
Giustra ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการร่วงลงกว่า 20% ของราคาทองคำและการปรับตัวลงของราคาโลหะเงิน เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ แต่เขาชี้เป้าไปที่โครงสร้างของตลาดและการใช้ Leverage โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใน “บ่ายวันศุกร์” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดเอเชียปิดทำการแล้ว ทำให้ไม่มีแรงรับซื้อคอยพยุงราคา
“มันไม่ใช่แค่การปรับฐาน แต่มันคือเหตุการณ์ด้านสภาพคล่อง ใครก็ตามที่มีสถานะ Short โดยเฉพาะในแร่เงิน ผมมั่นใจว่าพวกเขามีส่วนร่วมในการกดดันราคาครั้งนี้ ในความคิดของผม มันคือการจงใจทุบราคา” Giustra กล่าว นอกจากนี้ สถานการณ์ยังเลวร้ายลงจากการที่ CME Group ปรับขึ้นหลักประกัน (Margin) สำหรับฟิวเจอร์สทองคำและเงิน ทำให้เทรดเดอร์ฝั่งเก็งกำไรต้องวางเงินประกันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้เกิดการบังคับขาย (Forced Sell)
จุดจบของยุค Paper Gold และการผงาดของทองคำจริง
เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่ราคาทองคำถูกกำหนดทิศทางโดยตลาดฟิวเจอร์สและตราสารอนุพันธ์ หรือที่เรียกว่า “ตลาดกระดาษ” (Paper Market) แต่ Giustra แย้งว่ายุคสมัยนี้กำลังจะจบลง เมื่ออำนาจการกำหนดราคาเริ่มเปลี่ยนถ่ายไปสู่ตลาดฝั่งตะวันออกที่มีความต้องการส่งมอบทองคำจริง (Physical Delivery)
เขาชี้ว่าความต้องการทองคำที่พุ่งสูงขึ้นในจีนและเอเชีย ทำให้ผู้เล่นในตลาดกระดาษเริ่มหมดอิทธิพลในการกดราคา พร้อมทั้งเตือนนักลงทุนที่ถือครอง ETF ว่า “ในภาวะวิกฤต คุณควรเป็นเจ้าของทองคำที่จับต้องได้ Paper Gold จะช่วยอะไรคุณไม่ได้เลย หากคุณไม่ได้ถือทองคำแท่งจริงๆ คุณก็เท่ากับไม่ได้เป็นเจ้าของทองคำ”
กับดักหนี้สหรัฐฯ และมุมมองต่อ Bitcoin
นอกเหนือจากเรื่องราคาทองคำ Giustra ยังมองว่าสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้สิน โดยมีภาระจ่ายดอกเบี้ยกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งทางออกเดียวทางคณิตศาสตร์คือการทำให้ค่าเงินเสื่อมค่าลง (Currency Debasement) และนำไปสู่จุดจบของระบบเงิน Fiat ในที่สุด
ในส่วนของ Bitcoin เขายังคงมีมุมมองเชิงลบ โดยเตือนว่าคริปโทเคอร์เรนซีกำลัง “หมดผู้ซื้อ” และอาจเผชิญกับการร่วงลงอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกันเขาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปริมาณทองคำสำรองที่ Fort Knox ของสหรัฐฯ ว่าขาดความโปร่งใส เมื่อเทียบกับการสะสมทองคำอย่างมหาศาลของจีนที่เตรียมพร้อมสำหรับระเบียบโลกใหม่














