ทองคำดิจิทัลกำลังเปลี่ยนบทบาททองคำในระบบการเงินโลก
ทองคำไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤตอีกต่อไป หลังจากทองคำแซงหน้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นเป็นสินทรัพย์สำรองอันดับหนึ่งของธนาคารกลางทั่วโลก ขณะเดียวกัน วิกฤตพลังงานที่เกิดจากความตึงเครียดและสงครามในอิหร่านยิ่งตอกย้ำว่า ทองคำสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งสภาพคล่องสำคัญในยามตลาดการเงินผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โทเคนทองคำเพิ่มโอกาสให้ตลาดทองคำซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เคิร์ต เฮเมกเกอร์ ซีอีโอของ Gold Token SA ซึ่งเป็นธุรกิจโทเคนไนซ์ของ MKS PAMP ระบุว่า วิทยานิพนธ์การลงทุนในทองคำยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้ราคาทองคำจะปรับฐานหลังจากปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้ ปัจจัยมหภาคอย่างการเสื่อมค่าของสกุลเงิน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการกระจายความเสี่ยงยังคงสนับสนุนทองคำในระยะยาว
เขามองว่า ทองคำดิจิทัล หรือการแปลงทองคำแท่งจริงให้เป็นโทเคนบนระบบดิจิทัล จะเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างครั้งใหม่ให้ตลาดโลหะมีค่า แตกต่างจากตลาดทองคำแบบดั้งเดิมที่มีเวลาทำการจำกัด โทเคนทองคำสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเปิดทางให้นักลงทุนเข้าถึงทองคำได้ง่ายขึ้น
ทองคำอาจถูกใช้เป็นหลักประกันและสินทรัพย์สภาพคล่องคุณภาพสูง
โอกาสสำคัญไม่ได้อยู่แค่การซื้อขายรายย่อยเท่านั้น เฮเมกเกอร์เชื่อว่า ทองคำดิจิทัลอาจช่วยแก้ข้อจำกัดเดิมของตลาดทองคำ นั่นคือสภาพคล่อง ปัจจุบันทองคำจริงได้รับการปฏิบัติที่ดีภายใต้กฎ Basel III แต่ยังไม่ถูกจัดเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องคุณภาพสูง หรือ HQLA ทำให้บทบาทในระบบธนาคารยังจำกัด
หากหน่วยงานกำกับดูแลยอมรับว่าโทเคนทองคำมีสภาพคล่องเพียงพอ ทองคำอาจถูกนำไปใช้ในธุรกรรมรีโป การชำระภาระผูกพันระหว่างธนาคาร หรือใช้เป็นหลักประกันในตลาดการเงินสมัยใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายทองคำแท่งจริงระหว่างห้องนิรภัย
ความเชื่อมั่นคือความท้าทายหลักของทองคำดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือความไว้วางใจ นักลงทุนและสถาบันการเงินต้องมั่นใจว่าโทเคนมีทองคำจริงรองรับ มีผู้รับฝากทรัพย์สินที่น่าเชื่อถือ มีสิทธิครอบครองชัดเจน และอยู่ในเขตอำนาจศาลที่มั่นคง คุณภาพ แหล่งที่มา และประวัติของทองคำจะยิ่งมีความสำคัญ หากธนาคารกลางหรือสถาบันขนาดใหญ่เข้าร่วมตลาด
เฮเมกเกอร์ระบุว่า อุตสาหกรรมยังต้องการมาตรฐานร่วมด้านการดูแลทองคำ สัญญาการให้บริการ และระบบที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อให้ทองคำดิจิทัลเคลื่อนย้ายข้ามแพลตฟอร์มและสถาบันได้อย่างราบรื่น แม้ตลาดยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่เขามองว่าการปรับฐานของราคาทองคำเป็นโอกาสสะสม เพราะปัจจัยพื้นฐานของทองคำยังแข็งแกร่ง และนักลงทุนเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง















