ธนาคารกลางทั่วโลกกลับมาเร่งสะสมทองคำในเดือนพฤษภาคม
ความต้องการทองคำจากภาครัฐพุ่งขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนพฤษภาคม หลังข้อมูลล่าสุดจากสภาทองคำโลก หรือ World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 41 ตัน นับเป็นระดับสูงสุดอันดับสองของปี รองจากเดือนกุมภาพันธ์ที่มียอดซื้อโดดเด่นเป็นพิเศษ สะท้อนว่าทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์สำรองสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
โปแลนด์และจีนเป็นผู้นำซื้อทองคำสำรอง
ผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในเดือนพฤษภาคมคือโปแลนด์ ซึ่งเพิ่มทองคำสำรอง 18 ตัน ตามด้วยจีนที่ซื้อเพิ่ม 10 ตัน ขณะที่อุซเบกิสถานและคาซัคสถานยังเดินหน้าสะสมทองคำต่อเนื่อง สิงคโปร์กลับเข้าสู่รายชื่อผู้ซื้ออีกครั้งด้วยยอดซื้อสุทธิ 4 ตัน เป็นการซื้อสุทธิรายเดือนครั้งแรกนับตั้งแต่กันยายน 2025 ส่วนฝั่งผู้ขายสุทธิ ได้แก่ ตุรกี 3 ตัน และรัสเซีย 6 ตัน
เมื่อดูตั้งแต่ต้นปี โปแลนด์ยังครองตำแหน่งผู้ซื้อทองคำมากที่สุด โดยสะสมแล้ว 64 ตัน ทำให้ทองคำสำรองเพิ่มเป็น 614 ตัน และเข้าใกล้เป้าหมาย 700 ตัน ขณะที่อุซเบกิสถานซื้อรวม 33 ตัน จีน 25 ตัน และคาซัคสถาน 20 ตัน โดยทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของจีนเพิ่มเป็นราว 2,331 ตัน หรือ 9% ของทุนสำรองทั้งหมด
ราคาทองคำผันผวน แต่ธนาคารกลางยังมองบวก
แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลงแรงหลังความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านเริ่มต้น แต่มุมมองของธนาคารกลางต่อทองคำยังคงแข็งแกร่ง ผลสำรวจ Central Bank Gold Reserves Survey 2026 ระบุว่า 89% ของธนาคารกลางคาดว่าทองคำสำรองทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า และ 45% คาดว่าสถาบันของตนเองจะเพิ่มการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เอเชียและละตินอเมริกาเพิ่มบทบาทในตลาดทองคำ
สิงคโปร์เพิ่มทองคำสำรองเป็น 197 ตัน พร้อมเตรียมพัฒนาบริการคลังเก็บทองคำของธนาคารกลางในเดือนตุลาคม 2026 เพื่อผลักดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางทองคำ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางเกาหลีใต้มีรายงานว่าเตรียมลงทุนใน ETF ที่อ้างอิงทองคำต่างประเทศ เพื่อกระจายสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ โดยทองคำ ETF ถูกเลือกเพราะมีสภาพคล่องสูงและลดต้นทุนการจัดเก็บ
นอกจากนี้ ธนาคารกลางในละตินอเมริกาเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยชิลีซื้อทองคำราว 8 ตันตั้งแต่ต้นปี ตามด้วยกัวเตมาลา 2 ตัน ส่วนโบลิเวียและอุรุกวัยซื้อประเทศละ 1 ตัน แม้แนวโน้มนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่สะท้อนว่าทองคำยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารทุนสำรองและลดความเสี่ยงในระบบการเงินโลก















