ราคาทองคำกลับสู่จุดเริ่มต้นของสัปดาห์ หลังเฟดกดดันตลาด
ตลาดทองคำกลับมาเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง หลังราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเปิดสัปดาห์ด้วยแรงซื้อที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายสัปดาห์ซึ่งสั้นลงจากวันหยุด Juneteenth ในสหรัฐฯ ราคากลับปรับตัวลงมาใกล้ระดับปิดของวันศุกร์ก่อนหน้า โดยทองคำสปอตล่าสุดซื้อขายที่ราว 4,230.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย กดดันราคาทองคำ
แรงขายทองคำเกิดขึ้นชัดเจนหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ เปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ ซึ่งสะท้อนว่ากรรมการบางส่วนสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ ต่างจากเดือนมีนาคมที่ตลาดเคยคาดหวังการลดดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ย้ำจุดยืนให้ความสำคัญกับเสถียรภาพราคา ทำให้เงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำในระยะสั้น
โอเล แฮนเซน จาก Saxo Bank ระบุว่า หลังการเทขายครั้งล่าสุด ตลาดทองคำยังอยู่ในภาวะไร้ทิศทาง โดยเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันยังเป็นด่านสำคัญ ขณะที่ราคาทองคำปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าวราว 200 ดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนตามเทรนด์ยังไม่รีบกลับเข้าซื้อ อย่างไรก็ตาม หากทองคำยังป้องกันแนวรับเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้ มุมมองว่าการปรับฐานนี้เป็นเพียงการพักตัวในตลาดกระทิงระยะยาวยังคงมีน้ำหนัก
ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ลดลง แต่เงินเฟ้อยังหนุนทองคำ
แม้รัฐบาลทรัมป์เตรียมลงนามข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ซึ่งอาจเปิดช่องแคบฮอร์มุซและลดความเสี่ยงด้านพลังงาน แต่นักวิเคราะห์มองว่ายังต้องใช้เวลาในการประเมินผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันอาจยังอยู่ในระดับสูงจากการฟื้นฟูคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ส่งผลให้ความกังวลเงินเฟ้อยังคงอยู่ และทำให้เฟดรวมถึงธนาคารกลางอื่น ๆ มีแนวโน้มคงท่าทีเข้มงวดต่อไป
นักวิเคราะห์มองความผันผวนเป็นโอกาสสะสมทองคำ
ไซมอน-ปีเตอร์ มัสซาบนี จาก XS.com กล่าวว่า ราคาทองคำกำลังอยู่ระหว่างแรงกดดันจากเฟดสายเหยี่ยว เงินดอลลาร์แข็ง และบอนด์ยีลด์สูง กับแรงหนุนจากเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก และโอกาสเกิดความตึงเครียดใหม่ เขามองว่าการอ่อนตัวของทองคำยังเป็นโอกาสซื้อเชิงกลยุทธ์มากกว่าสัญญาณเริ่มต้นของขาลงถาวร เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลกยังเพิ่มทุนสำรองทองคำ และหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ยังขยายตัวต่อเนื่อง
สัปดาห์หน้า นักลงทุนทองคำจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ PMI ภาคการผลิตและบริการ ยอดขายบ้านใหม่ GDP ไตรมาสแรกขั้นสุดท้าย ดัชนี PCE จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน คำสั่งซื้อสินค้าคงทน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกน โดยข้อมูลเงินเฟ้อจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำต่อไป















